หน้าแรก ข่าวท่องเที่ยว กิจกรรม 10 อย่างที่ทำได้ฟรีๆ ใน 10 เมืองท่องเที่ยวที่แพงที่สุดของโลก

บทความทั้งหมด

กิจกรรม 10 อย่างที่ทำได้ฟรีๆ ใน 10 เมืองท่องเที่ยวที่แพงที่สุดของโลก

10 กิจกรรมแปลกๆ ที่สนุกและไม่ต้องเสียเงินแม้แต่สตางค์เดียวในเมืองที่แพงที่สุดของโลก 10 แห่ง ตั้งแต่โตเกียว สิงคโปร์ ซิดนีย์ เจนีวา ไปจนถึงโทรอนโต

อะไรนะ ไอศกรีมแท่งเดียว 700 บาท พูดเล่นใช่ไหมเนี่ย!

มีข่าวรายงานเมื่อเดือนก่อนว่า นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่ต้องจ่ายค่า Gelati หรือไอศกรีมราว 2,500 บาทในกรุงโรม…เรื่องทำนองนี้เราต่างก็เคยเจอกันมาหมด จึงรู้ดีว่าการซื้อของโดยต้องจ่ายเงินเยอะกว่าที่จำเป็นนั้นเกิดขึ้นเสมอ มีกับดักวางไว้สำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ไม่มีทางเลือก จึงต้องจำใจซื้อ นอกจากนี้ บางเมืองก็ยังมีชื่อเสียงในทางไม่ดีว่าเป็นเมืองที่แพงแสนแพง

Skyscanner ได้รวบรวมรายการกิจกรรมสนุกๆ และแปลกแหวกแนวจาก 10 เมืองที่แพงที่สุดทั่วโลก มาให้คุณได้ลองสัมผัสแบบฟรีๆแม้ว่าคุณจะไม่ได้กินเที่ยวฟรี เหมือนได้รางวัลตั๋วเครื่องบิน พร้อมอาหาร ที่พัก และแพ็กเกจทัวร์ฟรี แต่อย่างน้อย ก็จะได้มีเที่ยวเพลิดเพลินโดยที่ไม่ต้องเสียเงินเลยในเมืองที่ถือว่าแพงที่สุด

1. เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ช็อคโกแลตสวิสเป็นสินค้าส่งออกที่นิยมมากพอๆ กับนิยายเรื่องแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ (Harry Potter) แม้ว่าเมืองซูริกอาจทำให้กระเป๋าสตางค์ของคุณฉีกได้ แต่คุณก็สามารถไปเยี่ยมชมโรงงานช็อกโกแลตยี่ห้อ Lindt ได้ฟรีๆ! สาวกช็อคโกแลตจะไม่มีวันลืมประสบการณ์อันหอมหวานกับทัวร์รอบโรงงานที่โด่ง ดังในการผลิตช็อคโกแลตมาตั้งแต่ปี 1845 ไม่เพียงเท่านี้ คุณยังจะได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ช็อคโกแลต และที่สุดของทัวร์ คือการได้ชิมช็อคโกแลตฟรีในตอนท้ายอีกด้วย ลาภปากชัดๆ

ค้นหาเพื่อจองตั๋วเครื่องบินซูริก

2. เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

มี สถานที่ที่น่ารักที่สุดแห่งหนึ่งที่น่าเยี่ยมชมในเมืองเจนีวาและไม่เก็บ สตางค์คุณแม้แต่แดงเดียว นั่นก็คือ ทะเลสาบเจนีวา หรือลาค เลมอง (Lac Leman) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชาวเจนีวาเองก็ชื่นชอบที่จะใช้เวลาชมความงาม เดินเล่น และว่ายน้ำ นอกจากจะมี Wi-fi ให้ใช้ได้ฟรี แถมยังสามารถขอยืมรถจักรยานได้ไปปั่นจักรยานไปรอบๆ ทะเลสาบได้ฟรีอีกด้วย

ค้นหาเพื่อจองตั๋วเครื่องบินเจนีวา

แสงเหนือ (Northern Lights) กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์
3. กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์

เมืองหลวงของนอร์เวย์นี้อาจจะเป็นเมืองที่แพงที่สุดในสแกนดิเนเวีย แต่นั่นไม่อาจเป็นข้ออ้างให้คุณพลาดประสบการณ์ที่จะตราตรึงในความทรงจำไปนานแสนนานโดยไม่ต้องจ่ายเงินค่าตั๋วเลย นั่นคือ การชมแสงเหนือ (Northern Lights) กรุงออสโลเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่ผู้คนนิยมไปชมแสงเหนือที่เรียกว่า ออโรรา บอเรลลีส (Aurora Borealis) เกือบทุกคืนคุณจะสามารถเห็นแสงสว่างอันสวยงาม ในช่วงฤดูหนาวเมื่อท้องฟ้าโปร่ง

คุณสามารถร่วมทัวร์พิเศษ Northern Lights Safari ไปนอกเมืองได้ แต่จะต้องเสียเงินค่าไกด์สักหน่อย หรือไม่ ก็แค่มองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเพื่อชมโชว์แสงเหนือสีเขียวอมฟ้าที่น่าตื่นตาตื่นใจได้ฟรีอย่างแน่นอน

ค้นหาเพื่อจองตั๋วเครื่องบินออสโล

4. กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

เมืองหลวงที่สวยงามของเดนมาร์ก อย่างกรุงโคเปนเฮเกนที่มีทั้งถนนหนทางที่งามเหมือนภาพวาด งานศิลปะที่มีชีวิตชีวา และลำคลองยาวที่เต็มไปด้วยใบไม้สวยงาม และทางขี่จักรยานที่ยาวหลายกิโลทำให้เราไม่อาจพลาดที่จะสำรวจเมืองที่สวยงามด้วยจักรยาน โครงการ Go Bike ในกรุงโคเปนเฮเกนเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ขี่จักรยานในตัวเมืองซึ่งที่เป็นวิธีที่นิยมสำหรับการชมเมืองและยังไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ตามแบบชาวเดนมาร์ก คุณจะได้ขี่จักรยานแล่นฉิวไปรอบๆ เมืองเพื่อชมสถานที่ต่างๆ โดยต้องหยอดเหรียญเพื่อเป็นค่ามัดจำจักรยาน แต่จะได้เหรียญคืนเมื่อคุณนำจักรยานมาคืน

ค้นหาเพื่อจองตั๋วเครื่องบินโคเปนเฮเกน

กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน
5. กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน

สเก็ตน้ำแข็งเป็นกิจกรรมที่น่ารื่นรมย์มากที่สุดกิจกรรมหนึ่งในช่วงฤดูหนาวในกรุงสตอกโฮล์ม จากช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม คุณสามารถเล่นสเก็ตน้ำแข็งได้ฟรีที่ลานสเก็ตน้ำแข็ง Kungstradgarden ใจกลางเมือง พร้อมฟังดนตรีสดที่อัฒจันทร์ที่มีเครื่องดื่มร้อนๆ เสิร์ฟให้คุณได้นั่งพักผ่อนแบบอุ่นสบาย

ค้นหาเพื่อจองตั๋วเครื่องบินสตอกโฮล์ม

6. เมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา

เมือง ที่นำสมัยแบบแปลกและแตกต่างอย่างโทรอนโตเป็นอีกเมืองหนึ่งที่มีชื่อเสียง เรื่องอาหารสดจากไร่วิถีชีวิตเพื่อสุขภาพและกิจกรรมเอ้าท์ดอร์มากมายที่แพง เอาการ แต่เมืองโทรอนโตก็ยังซ่อนเพชรเม็ดงามไว้ให้ได้ชื่นชม แต่กลับไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท ซึ่งก็คือ ฟาร์มริเวอร์เดล (Riverdale Farm) ตรงใจกลางเมือง สถานที่พักผ่อนหย่อนใจอันสงบนี้เป็นบ้านของสัตว์เลี้ยงในฟาร์มหลายชนิด ทั้งหมู วัว ไก่ และแกะ และยังมีพื้นที่สีเขียวให้คุณได้มานั่งปิคนิกและพักผ่อนหย่อนใจที่ใจกลาง เมืองอีกด้วย

ค้นหาเพื่อจองตั๋วเครื่องบินโทรอนโต

7. กรุงโตเกียว** ประเทศญี่ปุ่น**

แสงสีนีออนทำให้กรุงโตเกียวเป็นสวรรค์แบบชาวเมือง ถนนที่วุ่นวายและการจราจรที่บ้าคลั่งทำให้เกิดบรรยากาศที่ตึงเครียดที่เราได้ยินกันจนคุ้นหูเกี่ยวกับเมืองนี้ อย่างไรก็ดี หากคุณต้องการหลบหนีจากคนบนถนน ลองเดินทางไปเยี่ยมชมพระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace) โดยเข้าชมได้ฟรี สถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่คนให้ความเคารพมากที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว พระราชวังที่ล้อมรอบด้วยคูเมืองโบราณและกำแพงหินหนานี้เป็นที่เล่าขานเรื่องสวนที่น่าชม เช่นเดียวกับชุดกิโมโนและภาพวาดแบบญี่ปุ่นที่งดงามที่จักรพรรดิฮิโระฮิโตะทรงสะสม นักท่องเที่ยวนิยมเข้าชมพระราชวังในช่วงต้นเดือนเมษายนเพื่อชมความงามของดอกซากุระสีชมพูสวยงามระเรื่อที่เบ่งบานเต็มที่ กลายเป็นสถานที่ที่สงบร่มเย็นใจกลางเมืองที่วุ่นวายแท้จริง

ค้นหาเพื่อจองตั๋วเครื่องบินโตเกียว

8. เมืองซิดนีย์** ประเทศออสเตรเลีย**

แม้ว่าเมืองซิดนีย์อาจจะแพงสักหน่อยแต่เนื่องจากแสงแดดของฤดูร้อนที่สาดส่องมาแทบทั้งปีและวิถีชีวิตนอกบ้านที่ชาวออสเตรเลียมีชื่อเสียงนั้น ทำให้มีกิจกรรมแบบกลางแจ้งแบบฟรีๆ ทำมากมาย กิจกรรมที่น่าตื่นเต้นที่สุดกิจกรรมหนึ่งคือการเดินข้ามสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ (Sydney Harbour Bridge) แบบฟรีๆ สะพานที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้เชื่อมฝั่งทางเหนือและใต้ของท่าเรือไว้ด้วยกัน

ค้นหาเพื่อจองตั๋วเครื่องบินซิดนีย์

กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์
9. กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์

ไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสอง แต่ที่กรุงเฮลซิงกินี้มีตลาดคริสต์มาสที่รื่นเริงถึงสามแห่งอยู่บนถนนที่สว่างไสวในช่วงฤดูหนาว อาคาร ถนนใหญ่ รูปปั้นและถนนแคบๆ ที่ปูเรียงด้วยหินนั้นเต็มไปด้วยแสงไฟยามค่ำคืน ใส่เสื้อผ้าให้อุ่น แล้วมาเดินเที่ยวชมตลาดคริสต์มาส พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศงานเฉลิมฉลองให้เต็มที่ที่นี่เฮลซิงกิ

ค้นหาเพื่อจองตั๋วเครื่องบินเฮลซิงกิ

10. สิงคโปร์

ตึกระฟ้าที่เหมือนตัดผ่านก้อนเมฆสะท้อนให้เห็นภาพภูมิทัศน์ในเมืองผ่านกระจกที่สะท้อนแสงระยิบระยับ สิงคโปร์คือเมืองที่มีประสิทธิภาพสูงแบบสุดๆ สะอาดแบบสุดๆ และยังสถานที่ที่โอ่อ่ามโหฬารแบบโคโลเนียลที่สง่างามที่คุณต้องได้เห็น ที่นี่คือโรงแรมแรฟเฟิล (Raffles Hotel) โรงแรมที่เป็นเอกลักษณ์นี้เป็นโรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ ที่ยังมีกฎให้ผู้ที่เข้าไปในโรงแรมต้องแต่งกายให้สุภาพดูสง่าไม่แพ้กันแม้ว่าจะเข้าไปแค่ล็อบบี้ แต่ที่นี่เข้าชมได้ฟรีอยู่ดี

ความพยายามในการเข้าชมถือว่าคุ้มอยู่ทีเดียวเมื่อคุณได้เหลือบมอบไปที่บาร์ที่เจมส์ บอนด์ สั่งมาร์ทินีที่มีชื่อเสียง ทั้งยังได้ชื่นชมการตกแต่งที่สวยงามภายในห้องน้ำ จิบค็อคเทลสิงคโปร์สลิง (Singapore Sling) (ที่ไม่ฟรี เว้นแต่ถั่วกลับแกล้ม!) นั่งเล่นในลานพักในสวน ล้อมรอบด้วยพืชพันธุ์แบบเส้นศูนย์สูตร ทำตัวประหนึ่งว่าคุณกำลังพักผ่อนในห้องที่หรูหรา และเพลินตาไปกับภาพอดีตของสิงคโปร์ที่ถูกนำกลับมาให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ค้นหาเพื่อจองตั๋วเครื่องบินสิงคโปร์

เรื่องที่แนะนำ

ซาวน่า 4 แบบที่ไม่เหมือนใครในยุโรป ที่ทำให้เพลินเพลินกับบรรยากาศแปลกใหม่
8 สถานที่แนะนำ “ต้องไปสัมผัส” เมื่อไปเยือนประเทศโปรตุเกส
ข้อแนะนำและข้อควรระวังในการท่องเที่ยวดินแดนโสมขาวเกาหลีใต้