สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 (ไวรัสโคโรนา) อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของคุณ โปรดดูคำแนะนำการเดินทางจากหน้านี้

หน้าแรก ข่าวท่องเที่ยว ผู้ร่วมสนับสนุน 5 ความลับที่คุณต้องสัมผัสให้ได้ เมื่อไปเที่ยวโอกินาว่า

บทความทั้งหมด

5 ความลับที่คุณต้องสัมผัสให้ได้ เมื่อไปเที่ยวโอกินาว่า

โอกินาว่า เกาะเล็ก ๆ แต่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ท้องฟ้าและน้ำทะเล เกาะสวรรค์แห่งประเทศญี่ปุ่นเกาะนี้กำลังรอคอยการมาเยือนของคุณอยู่!

ด้วยความร่วมมือกับการท่องเที่ยวโอกินาว่า

โอกินาว่า (Okinawa) เกาะสวรรค์ที่มีชื่อเสียงในฐานะเมืองตากอากาศของญี่ปุ่น เป็นจังหวัดที่คุณอาจจะรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อ แต่อาจไม่เคยไปเที่ยวมาก่อน ด้วยเพราะคุณอาจจะเห็นว่าโอกินาว่ามีแต่ทะเลเหมือนเมืองไทย แต่ช้าก่อน! นั่นเพราะคุณอาจยังไม่รู้จักโอกินาว่าดีพอ เสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner จึงขออาสาพาคุณและครอบครัวมาทำความรู้จักกับ 5 ความลับของเกาะโอกินาว่า ที่ใครได้มาสัมผัสแล้วจะต้องติดใจเกาะสวรรค์แห่งนี้อย่างแน่นอน

รู้จักโอกินาว่า

โอกินาว่าเป็นจังหวัดบนหมู่เกาะเล็ก ๆ ทางใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นเกาะบนทะเลจีนตะวันออกที่ตั้งอยู่ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไต้หวัน มีสภาพอากาศกึ่งร้อนชื้น ซึ่งแตกต่างจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ โอกินาว่าจึงมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งสภาพอากาศ ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมในท้องถิ่น

การเดินทางไปโอกินาว่า

โอกินาว่ามีท่าอากาศยานนาฮะ (Naha Airport) หรือสนามบินโอกินาว่าให้บริการ โดยมีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทยเดินทางไปถึงโอกินาว่า หรือสามารถใช้บริการเที่ยวบินภายในประเทศจากสนามบินหลักอื่น ๆ ในญี่ปุ่นก็ได้เช่นกัน คุณจึงออกแบบการเดินทางได้ทั้งการเที่ยวโอกินาว่าอย่างเดียว หรือเที่ยวต่อจากโตเกียวหรือโอซาก้าก็ได้

การเดินทางในโอกินาว่า

ในตัวเมืองนาฮะนั้นมีรถไฟฟ้ายูอิเรล (Yui Rail) ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าเพียงสายเดียวบนเกาะที่มีให้บริการ โดยผ่านตั้งแต่สนามบินนาฮะเข้าสู่ตัวเมืองนาฮะ ส่วนการเดินทางไปยังพื้นที่อื่น ๆ จะมีเส้นทางถนนและเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะให้บริการ โดยคุณสามารถใช้บริการรถบัสสาธารณะ เช่ารถขับ หรือนั่งเรือเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายที่ต้องการได้

สภาพอากาศของโอกินาว่า

โอกินาว่าแบ่งฤดูกาลออกเป็น 4 ฤดูเช่นเดียวกับพื้นที่อื่น ๆ ของญี่ปุ่น แต่อากาศโดยรวมจะอบอุ่นกว่า และกึ่งร้อนชื้นแบบเขตร้อน โดยในช่วงกลางปีจะมีอุณหภูมิเฉลี่ย 28-30 องศาเซลเซียส ซึ่งเหมาะกับการใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นเที่ยว ส่วนฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิเฉลี่ย 15-20 องศาเซลเซียส แค่เสื้อกันหนาวสักตัวก็เพียงพอแล้ว

  • ถ้าคุณชอบดำน้ำ คุณสามารถเที่ยวโอกินาว่าเพื่อไปดำน้ำดูปะการังได้ตลอดทั้งปี แต่ในช่วงฤดูหนาวต้องระวังอีกสักเล็กน้อง เนื่องจากกระแสลมและคลื่นน้ำในช่วงฤดูหนาวจะค่อนข้างแรง รวมทั้งช่วงมรสุมปลายฤดูร้อนก็ควรหลีกเลี่ยงด้วยเช่นกัน
  • ถ้าคุณชอบลิลลี่ คุณจะประทับใจกับทุ่งลิลลี่ที่กว้างสุดสายตาในช่วงฤดูใบไม้ผลิของโอกินาว่า ในเทศกาลดอกลิลลี่เกาะอิเอะ (Iejima Lily Festival) สุดอลังการ ที่สวยงามไม่แพ้ทุ่งทิวลิป ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำในช่วงปลายเดือนเมษายนของทุกปี
  • ถ้าคุณชอบซากุระ คุณจะได้ชมดอกซากุระก่อนใครในญี่ปุ่นที่โอกินาว่า โดยดอกซากุระในแถบนี้จะเริ่มเบ่งบานในช่วงหน้าหนาวของโอกินาว่า ตั้งแต่กลางเดือนมกราคมเป็นต้นไป และซากุระในโอกินาว่าส่วนใหญ่ ก็จะเป็นพันธุ์สีชมพูเข้มที่มีสีสนสดใส
  • ถ้าคุณชอบคาราเต้ คุณจะสนุกกับกีฬาคาราเต้ ศิลปะการต่อสู้ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก และมีต้นกำเนิดมาจากโอกินาว่า โดยในช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ร่วงปลายเดือนตุลาคม จะมีกิจกรรมวันคาราเต้! ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมคาราเต้กลางแจ้งหลายพันคน

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในโอกินาว่า

1. เดินทอดน่องที่เมืองนาฮะ

นาฮะ (Naha) คือ เมืองหลักของจังหวัดโอกินาว่า และเป็นจุดศูนย์กลางของหมู่เกาะแห่งนี้ โดยนาฮะเป็นเมืองแรกที่คุณจะได้มาเยือนเมื่อเดินทางด้วยเครื่องบิน แน่นอนว่าเมืองหลวงของโอกินาว่าแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมายและครบเครื่อง ทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการช้อปปิ้ง! ตัวอย่างเช่น

  • สวนปราสาทชูริโจ (Shurijo Castle Park) ปราสาทชูริโจและพื้นที่โดยรอบ เดิมเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ริวกิว ซึ่งมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากปราสาทอื่นในญี่ปุ่น โดยพื้นที่นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แม้จะมีเหตุเพลิงไหม้ในช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา แต่ในปัจจุบัน สวนปราสาทชูริโจก็เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมแล้วบางส่วน คุณสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดได้จาก เว็บไซต์สวนปราสาทชูริโจ หรือ เว็บไซต์การท่องเที่ยวโอกินาว่า
  • ถนนสึโบยะ ยาจิมุน (Tsuboya Yachimun Street) เป็นถนนสายสั้น ๆ ที่มีความยาวเพียง 330 เมตร แต่เปี่ยมไปด้วยศิลปวัฒนธรรมอันน่าประทับใจ โดยที่นี่คือศูนย์รวมของร้านเครื่องปั้นดินเผาที่ดีที่สุดของโอกินาว่า ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 300 ปี คุณสามารถสนุกไปกับเวิร์คชอปปั้นดินเผา เลือกซื้อของฝาก และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ได้
  • ถนนโคคุไซ (Kokusai Street) ถนนโคคุไซมีอีกชื่อหนึ่งว่าถนนนานาชาติ ซึ่งเป็นย่านการค้าหลักของเมืองนาฮะ โดยในย่านนี้มีทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านขายของฝาก รวมทั้งคาเฟ่ชิค ๆ และเป็นที่ตั้งของโรงแรมหลายแห่ง และถนนโคคุไซจะปิดเป็นถนนคนเดินทุกวันอาทิตย์ จึงเป็นย่านที่นักช้อปทั้งหลายต้องห้ามพลาด

2. ลิ้มรสชาติอาหารสไตล์โชคุโด

โชคุโด (Shokudo) เป็นชื่อเรียกของร้านอาหารประเภทหนึ่งของญี่ปุ่น โดยรวมอาหารหลากหลายเมนูเหมือนศูนย์อาหารย่อม ๆ ซึ่งมีราคาถูกและให้ปริมาณค่อนข้างมาก โดยโชคุโดเหล่านี้คือแหล่งรวมอาหารท้องถิ่นของโอกินาว่าที่คุณสามารถฝากท้องได้ทุกมื้อ และอาหารท้องถิ่นโอกินาว่าที่เราขอแนะนำ มีดังนี้

  • ราฟุเต (Rafute) คือหนึ่งในอาหารโบราณที่สืบทอดมาตั้งแต่ราชวงศ์ริวกิวเมื่อหลายร้อยปีก่อน โดยทำมาจากหมูสามชั้นติดหนังที่ถูกเคี่ยวกับหลากหลายวัตถุดิบเป็นเวลานานจนเนื้อละลายในปาก เสิร์ฟเป็นชิ้นพอดีคำ ใครที่ไม่ได้กินอาหารชาววังตำรับนี้ ก็ถือว่ามาไม่ถึงโอกินาว่าเลยทีเดียว
  • โอกินาว่าโซบะ (Okinawa Soba) หรือที่ชาวท้องถิ่นเรียกว่าโซกิโซบะ (Soki Soba) เป็นอาหารท้องถิ่นที่ไม่ได้ทำมาจากเส้นโซบะ แต่ทำมาจากเส้นราเมนหรืออุด้ง โดยโอกินาว่าโซบะเป็นเมนูเส้นที่ท็อปปิ้งด้วยซี่โครงหมูตุ๋นเลิศรส และเป็นอาหารท้องถิ่นของโอกินาว่าที่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศญี่ปุ่น
  • จัมปุรุ (Champuru) หรือผัดผักสไตล์โอกินาว่า บ้างก็เรียกว่าสลัดโอกินาว่า โดยเป็นอาหารท้องถิ่นที่นำสารพัดผักมาผัดรวมกัน โดยส่วนใหญ่จะใช้มะระขี้นกผัดกับไข่ แครอท ถั่วงอก หรือวัตถุดิบอื่นตามแต่สูตรของแต่ละร้าน และเป็นอาหารกับแกล้มชั้นดีที่มีราคาถูกมาก

3. ผจญภัยในโลกใต้ท้องทะเล

ท้องทะเลของโอกินาว่า ถ้ามองเพียงผิวเผินก็ไม่ได้ต่างจากทะเลบ้านเราเท่าไรนัก แต่ทะเลโอกินาว่านั้นเปรียบเสมือนอัญมณีลี้ลับที่ต้องมาค้นพบความงามที่แตกต่างด้วยตาตนเอง เพราะโอกินาว่าไม่ได้มีเพียงน้ำทะเลใส ๆ เท่านั้น แต่ยังมีบางอย่างที่น่าตื่นตายิ่งกว่า ภายใต้มหาสมุทรสีครามที่คุณอาจมองไม่เห็นได้จากบนบก

  • ถ้ำสีฟ้า (Blue Cave) คือถ้ำใต้น้ำที่คนชอบดำน้ำต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต! เพราะความลับอันแสนสวยงามของถ้ำนี้จะพบได้ก็ต่อเมื่อคุณดำลงไปใต้ทะเลเท่านั้น โดยน้ำทะเลบริเวณนี้มีความใสสะอาด มีถ้ำใต้น้ำที่ปากถ้ำจะส่งผ่านแสงลงมาตกกระทบกับท้องน้ำจนกลายเป็นสีฟ้าน้ำทะเลอย่างงดงาม
  • อุทยานแห่งชาติเคะรามะ (Kerama National Park) เป็นหมู่เกาะที่เหมาะกับการดำน้ำมากที่สุดแห่งหนึ่งของโอกินาว่า ที่นี่มีทั้งปะการังธรรมชาติ ปะการังเทียมที่สร้างขึ้นราวกับเป็นโบราณสถานลี้ลับจากโลกอื่น โดยที่นี่มีกิจกรรมให้เลือกทั้งการชมปะการังน้ำตื้น และดำน้ำลึกถึง 25 เมตร
  • พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชุราอุมิ (Churaumi Aquarium) ถ้าคุณไม่ชอบดำน้ำหาความลี้ลับใต้ท้องทะเลโอกินาว่าด้วยตนเอง เราขอแนะนำให้คุณมาพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้แทน เพราะที่นี่เหมือนยกทั้งมหาสมุทรมาให้คุณเดินชมแบบชิล ๆ โดยมีตู้จัดแสดงสัตว์น้ำกว่า 77 ตู้ และตู้ที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดถึง 10 x 35 x 27 เมตร!

4. หย่อนใจไปกับธรรมชาติ

ความลับที่น่าประทับใจของโอกินาว่าไม่ได้มีแค่ใต้ท้องทะเลเท่านั้น แต่ยังมีธรรมชาติสวย ๆ ของชายหาดในแบบหาดสวรรค์เขตร้อน วิวทิวทัศน์แสนสวยริมทะเลในยามพระอาทิตย์อัสดง และประสบการณ์ใหม่ในการแช่ออนเซ็นที่ไม่เหมือนกับภูมิภาคไหนของญี่ปุ่น ก็จะเป็นสิ่งที่จะตราตรึงใจคุณได้ไม่แพ้กัน

  • แหลมมันซาโม (Cape Manzamo) ไม่พูดไม่ได้สำหรับจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงที่สุดบนเกาะโอกินาว่า กับผาหินริมทะเลรูปร่างแปลกตาคล้ายช้าง ซึ่งด้านบนเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ คุณสามารถชมวิวได้ทั้งด้านบน หรืออยากจะล่องเรือไปชมงวงช้างใกล้ ๆ ก็ได้ ซึ่งเป็นวิธีชมจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงในมุมมองที่ไม่เหมือนใคร
  • เกาะมิยาโกะ (Miyako Island) เป็นเกาะที่ได้รับการขนานนามว่ามีชายหาดที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น โดยเฉพาะหาดโยนาฮะ มาเอะฮามะ (Yonaha Maehama Beach) ซึ่งมีความยาวกว่า 7 กิโลเมตร ตลอดแนวคือหาดทรายสีอ่อนตัดกับน้ำทะเลที่ใสจนเห็นพื้นทรายทอดลึกไปในทะเล โดยกิจกรรมริมทะเลมากมายกำลังรอคุณอยู่ที่นี่
  • ริวกิวออนเซ็น (Ryukyu Onsen) มีไม่มากนักที่คุณจะได้แช่บ่อน้ำพุร้อนไปพร้อม ๆ กับการรับลมชมวิวทะเล แต่คุณสามารถสัมผัสกับบรรยากาศเช่นนี้ได้เมื่อมาเที่ยวโอกินาว่า ด้วยบ่อน้ำพุร้อนหลายแห่งที่มาจากแหล่งน้ำใต้ดินที่ลึกกว่า 1,000 เมตร ทำเป็นบ่อแช่ออนเซ็นในแบบริวกิวสไตล์ที่ไม่เหมือนใครในญี่ปุ่น

5. ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น

หากคุณเป็นสายเที่ยวเชิงวัฒนธรรมล่ะก็ ขอบอกเลยว่าการเที่ยวโอกินาว่านั้นไม่เหมือนเมืองอื่น ๆ ในญี่ปุ่นอย่างแน่นอน เพราะที่นี่คือจุดบรรจบของวัฒนธรรมจีน ญี่ปุ่น และริวกิว จนกลายเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับลับเฉพาะที่คุณจะมองหาได้จากเกาะโอกินาว่าเท่านั้น

  • คุมิโอะโดริ (Kumiodori) ศิลปะการแสดงจากยุคสมัยริวกิวโบราณที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก โดยคุมิโอะโดริมีกลิ่นอายของความอ่อนช้อยแบบชาวญี่ปุ่น ผสมกับสีสันของเครื่องหน้าและเครื่องแต่งกายที่จัดจ้านในแบบชาวจีน ร้องเล่นประกอบกับดนตรีริวกิวที่หาฟังได้ยากในปัจจุบัน
  • การแข่งขันพายเรือฮารี (Hari) คุณอาจเคยได้ยินการแข่งพายเรือมังกรในประเทศอื่น ๆ แต่สำหรับโอกินาว่า ที่นี่มีการแข่งพายเรือฮารีบนทะเล โดยจะจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนของทุกปี จากฝีพายชาวประมงในท้องถิ่น พร้อมเรือที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง โดยแต่ละปีมีผู้ชมถึง 2 แสนคน!
  • เทศกาลชักเย่อยักษ์ (Great Tug-of-War) เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนของทุกปี เพื่อขอพรให้มีสุขภาพแข็งแรงด้วยการชักเย่อเชือกเส้นยักษ์ ซึ่งมีผู้ร่วมงานนับพันคน โดยเทศกาลชักเย่อยักษ์จะจัดขึ้น 3 แห่งหลัก ๆ บนเกาะได้แก่ นาฮะ อิโตะมัน (Itoman) และโยนะบารุ (Yonabaru)

มาถึงตรงนี้แล้วคุณคงจะเห็นว่า โอกินาว่านั้นมีที่เที่ยวมากมายเกินกว่าแค่ชายหาดและน้ำทะเล ขอแค่คุณลองไปเที่ยวโอกินาว่า เพื่อค้นหาความลับอันน่าอัศจรรย์ที่ซ่อนเร้นอยู่ทั่วทั้งเกาะสวรรค์แห่งนี้ เราขอรับรองเลยว่า โอกินาว่าจะกลายเป็นจุดหมายในดวงใจของคุณ ไม่ต่างจากโตเกียว โอซาก้า หรือฮอกไกโดอย่างแน่นอน และ เสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner ก็พร้อมเสิร์ฟตั๋วเครื่องบินไปโอกินาว่าราคาประหยัดให้คุณแล้ว!