สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 (ไวรัสโคโรนา) อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของคุณ โปรดดูคำแนะนำการเดินทางจากหน้านี้

หน้าแรก ข่าวท่องเที่ยว ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิกับ 7 ทุ่งดอกไม้ที่คุณห้ามพลาด

บทความทั้งหมด

ต้อนรับฤดูใบไม้ผลิกับ 7 ทุ่งดอกไม้ที่คุณห้ามพลาด

เดินทางเที่ยวเมืองหนาวช่วงใบไม้ผลิทั้งที ต้องไม่พลาดแวะถ่ายรูปกับทุ่งดอกไม้นับล้านดอก และเราก็ได้คัดสรร 7 ทุ่งดอกไม้ที่สวยติดอันดับโลกมาให้คุณเลือกแล้ว

เตรียมพบกับหมู่มวลดอกไม้สุดอลังการละลานตา ของขวัญจากธรรมชาติที่แต่งแต้มสีสันโลกใบนี้สดใส ซึ่งจะปรากฎกายให้คุณชื่นชมเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อน ตอกย้ำความงามของเมืองหนาวที่เชื้อเชิญให้ไปเที่ยวสัมผัสได้แม้จะในยามที่สภาพอากาศอบอุ่น และแน่นอนว่าเสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner ก็ไม่อยากให้คุณพลาดฤดูกาลที่เต็มไปด้วยสีสันเช่นนี้ไป เราจึงได้เสาะแสวงหาและค้นพบดินแดนแห่งทุ่งดอกไม้คุณควรต้องไปเยือนให้ได้ถึง 7 แห่งจากทั่วโลก ชอบดอกไม้สีอะไร อยากไปเที่ยวฤดูใบไม้ผลิที่ไหน เลือกเลย!

ค้นหาตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดช่วงใบไม้ผลิ

ทุ่งดอกคาโนล่าสีทอง (Golden Canola Fields)

ช่วงเวลา: เดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม
สถานที่: เมืองเหลียวปิง (Luoping) มณฑลยูนนาน (Yunnan) ประเทศจีน (China)
ค่าเข้าชม: ฟรี

เหลียวปิงเป็นเขตเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ทางตะวันออกของเมืองคุนหมิง (Kunming) ในมณฑลยูนนาน ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้จัก เพราะในช่วงเวลาปกติเมืองนี้ก็ดูจะเป็นเพียงเมืองเกษตรกรรมธรรมดา ๆ กับนาขั้นบันไดทิวเขาที่มีทิวทัศน์สวยงาม แต่ความพีคนั้นอยู่ในช่วงใบไม้ผลิในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม เพราะพื้นที่แทบทุกตารางเมตรของเหลียวปิงจะถูกย้อมด้วยสีทองอร่ามจากดอกคาโนล่าที่กำลังบานสะพรั่ง กระจายความเหลืองอร่ามไปไกลสุดลูกหูลูกตา

หากคุณสนใจ ไร่ดอกคาโนล่าของเหลียวปิงนั้นจะมีไฮไลท์ที่น่าไปชม 2 จุดได้แก่ ทุ่งเหลียวซี (Luosi Field) ที่อยู่ทางเหนือ และยอดเขาจินจี (Jinji Peak) ทางใต้ นอกจากนี้ทุกยอดเขาน้อยใหญ่ในเขตเหลียวปิงก็สามารถชมวิวของทุ่งคาโนล่าอร่ามตาได้เช่นกัน

หาตั๋วไปดูทุ่งคาโนล่าเริ่มต้นที่ 3,xxx บาท

ฤดูกาลดอกซากุระบาน (Sakura Cherry Blossom Season)

ช่วงเวลา: ปลายเดือนมีนาคม – เมษายน
สถานที่: ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศญี่ปุ่น (Japan) และเกาหลีใต้ (South Korea)
ค่าเข้าชม: ฟรีหรือมีค่าเข้าชมตามแต่สถานที่

เมื่อพูดถึงสัญญาณของการเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้วนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ดอกซากุระ” คือที่สุดของดอกไม้แห่งฤดูใบไม้ผลิที่ไม่ได้หาชมกันง่าย ๆ แม้เราจะรู้ว่าซากุระจะบานในช่วงไหนของปี ด้วยความที่ดอกมีอายุสั้นเพียง 1-2 สัปดาห์ก็เริ่มร่วงโรย การวางแผนเดินทางให้ตรงกับช่วงที่ซากุระสวยที่สุดนั้นจึงเป็นเรื่องที่คุณต้องพึ่งดวงด้วย! แต่เดี๋ยวนี้ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีต่างก็มีตารางพยากรณ์ฤดูกาลดอกซากุระบานมาช่วยให้คุณวางแผนเดินทางได้ง่ายขึ้น และถ้าคุณโชคดีก็จะพบกับดอกซากุระบานอยู่ทั่วกรุงโตเกียว (Tokyo) ในช่วงปลายเดือนมีนาคม ไล่จากใต้ขึ้นเหนือไปจนถึงฮอกไกโด (Hokkaido) ในช่วงต้นพฤษภาคม

ส่วนที่เกาหลีใต้ แม้จะชื่อเสียงเป็นรองเรื่องซากุระ แต่ก็มีความสวยโดดเด่นไม่แพ้กัน และจะเริ่มบานไล่เลี่ยกันกับที่ญี่ปุ่นด้วย โดยเริ่มจากเกาะเชจู (Jeju) – ปูซาน (Busan) ในช่วงปลายเดือนมีนาคม จนถึงกรุงโซลในช่วงกลางเดือนเมษายน ซึ่งทั้ง 2 ประเทศก็มีสวนสาธารณะและถนนที่ปลูกต้นซากุระไว้มากมายซึ่งส่วนใหญ่ให้เข้าชมกันได้ฟรี ๆ ยกเว้นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างวัดหรือพระราชวังที่จะต้องเสียค่าเข้าชมตามปกติจึงจะได้ชมเชยความงามของซากุระได้

หาตั๋วไปดูซากุระญี่ปุ่นเริ่มต้นที่ 7,xxx บาท หาตั๋วไปดูซากุระเกาหลีเริ่มต้นที่ 6,xxx บาท

ดอกทิวลิปคูเคนฮอฟ (Keukenhof Tulip)

ช่วงเวลา: วันที่ 21 มีนาคม – 19 พฤษภาคม
สถานที่: สวนคูเคนฮอฟ (Keukenhof) เมืองลิสเซ่ (Lisse) ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherlands)
ค่าเข้าชม: 18 ยูโร (ประมาณ 640 บาท) ต่อคน

เทศกาลดอกทิวลิปคูเคนฮอฟ ถือเป็นเทศกาลชมดอกทิวลิปที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ซึ่งใน 1 ปีจะเปิดให้เช้าชมประมาณ 2 เดือนเท่านั้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ โดยที่นี่รวบรวมดอกทิวลิปกว่า 800 สายพันธุ์ รวมกว่า 7 ล้านดอก! บนพื้นที่กว้างกว่า 3,200 ตารางเมตร ให้คุณดื่มด่ำไปกับหมู่มวลดอกทิวลิปหลากหลายสีสันที่จัดเป็นสวนอย่างสวยงาม เคล้าเคลอไปกับร่มไม้น้อยใหญ่จนกลายเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในช่วงใบไม้ผลิของชาวฮอลแลนด์ นอกจากนี้สวนคูเคนฮอฟยังจักนิทรรศการดอกไม้บานที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดช่วงเทศกาล หากใครสนใจเที่ยว สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองลิสเซ่ ใกล้กับกรุงอัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) เพียง 40 กิโลเมตรเท่านั้น นั่งรถบัสหรือขับรถมาครู่เดียวก็ถึงแล้ว

หาตั๋วไปดูสวนดอกทิวลิปเริ่มต้นที่ 28,xxx บาท

ฟูจิชิบะซากุระ (Fuji Shibazakura)

ช่วงเวลา: วันที่ 13 เมษายน – 26 พฤษภาคม
สถานที่: ทะเลสาบโมโตซึ (Motosu Lake) ใกล้ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji) ประเทศญี่ปุ่น (Japan)
ค่าเข้าชม: 600 เยน (ประมาณ 180 บาท) ต่อคน

ถ้าซากุระญี่ปุ่นยังไม่สีชมพูจนสาแก่ใจของคุณพอล่ะก็ ก็ต่อเนื่องกันเลยกับเทศกาลชมดอกพิ้งมอส (Pink Moss) หรือชิบะซากุระ (Shibazakura) ที่สวยงามโดดเด่นเคล้ากับวิวทิวทัศน์ของภูเขาไฟฟูจิที่อยู่เพียงเอื้อมือเท่านั้น ที่นี่มีดอกพิ้งมอสตั้งแต่สีม่วง ชมพูปรี๊ด ชมพูอ่อน ไปจนถึงสีขาวรวมกว่า 8 แสนต้น เป็นทุ่งงามบานสะพรั่งอยู่ใกล้กับทะเลสาบโมโตสึ ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ทะเลสาบที่ล้อมรอบภูเขาไฟฟูจิ เดินทางก็แสนสะดวกด้วยการนั่งรถไฟจากโตเกียว (Tokyo) มาถึงเมืองคาวากุจิโกะ (Kawaguchiko) ซึ่งบอกเลยว่าคุ้มค่าต่อการเสียเวลามาเที่ยว

แต่ถ้ายังรู้สึกว่าพิงค์มอสที่ฟูจินั้นไกลจากโตเกียวเกินไป เราขอแนะนำอีกที่เที่ยวคือที่สวนฮิสึจิยามะ (Hitsujiyama Park) ในจังหวัดไซตะมะ (Saitama) ทางเหนือของโตเกียวซึ่งมีค่าเข้าชมถูกกว่าเพียง 300 เยน (90 บาท) เท่านั้น

หาตั๋วไปดูทุ่งพิ้งมอสเริ่มต้นที่ 7,xxx บาท

เนโมฟีลาฮาโมนี่ (Nemophila Harmony)

ช่วงเวลา: วันที่ 25 เมษายน – 16 พฤษภาคม
สถานที่: สวนฮิตาชิซีไซด์พาร์ค (Hitachi Seaside Park) จังหวัดอิบาระกิ (Ibaraki) ประเทศญี่ปุ่น (Japan)
ค่าเข้าชม: 450 เยน (ประมาณ 130 บาท) ต่อคน

เปลี่ยนบรรยากาศจากสีชมพูมาเป็นสีฟ้ากันบ้าง ด้วยทุ่งดอกเนโมฟีลาสุดอลังการบานบุรีแห่งสวนฮิตาชิซีไซด์พาร์ค ซึ่งสวนแห่งนี้มีดอกไม้สีฟ้าน่ารักฉายา “Baby Blue Eyes” แข่งกันชูช่อกว่า 4.5 ล้านดอก บนพื้นที่เปิดโล่งกว้างใหญ่สุดสายตาจนรู้สึกได้ว่าทั้งผื่นแผ่นดินนี้มีเพียงท้องฟ้า ดอกเนโมฟีลา และตัวคุณเท่านั้น (ไม่รวมนักท่องเที่ยวคนอื่นนะ) นับว่าเป็นภาพทุ่งดอกไม้บานที่สวยสะดุดตาที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเลยทีเดียว! นอกจากนี้สวนฮิตาชิซีไซต์พาร์คยังมีพรรณไม้อื่น ๆ ให้เดินชมอีกมากมายตลอดพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น และสำหรับการเดินทางไปยังสวนแห่งนี้ก็ไม่ยาก โดยสวนฮิตาชิจะอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว (Tokyo) มีสถานีรถไฟอยู่ใกล้สวนพอดี

หาตั๋วไปดูทุ่งเนโมฟีลาเริ่มต้นที่ 7,xxx บาท

ทุ่งดอกทานตะวันแห่งทัสกานี (Sunflowers of Tuscany)

ช่วงเวลา: กลางเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม
สถานที่: สักแห่งหนึ่งในแคว้นทัสกานี (Tuscany) ใกล้เมืองฟลอเรนซ์ (Florence) ประเทศอิตาลี (Italy)
ค่าเข้าชม: ฟรี (ถ้าคุณหาเจอ)

ต้อนรับฤดูร้อนอันแสนอบอุ่นด้วยเหล่าพระอาทิตย์ดวงน้อย ๆ เต็มทุ่งกว้างในอิตาลี กับทุ่งดอกทานตะวันแห่งทัสกานีที่มีความพิเศษเหนือทุ่งทานตะวันที่อื่นใดในโลก เพราะการจะชมทุ่งดอกทานตะวันทัสกานีได้นั้นคุณจะต้อง “ตามล่า” เนื่องจากทุ่งทานตะวันเหลืออร่ามของที่นี่เขา “ย้ายพื้นที่ปลูก” สลับไปมาทุกปีจนบอกไม่ได้ว่าตอนนี้เขาปลูกอยู่ที่ไหนแน่ แต่เส้นทางที่สามารถค้นหาทุ่งดอกทานตะวันได้ดีที่สุดคือถนนเล็ก ๆ สาย Val d’Orcia และถนน Maremma

แล้วถ้าเมื่อไหร่ที่คุณเจอทุ่งดอกทานตะวันแห่งทัสกานี นั่นแหละคือขุมสมบัติที่บอกได้เลยว่าคุณโชคดี! เพราะทัสกานีนั้นกว้างใหญ่และไม่ใช่ทุกคนที่จะหาทุ่งดอกทานตะวันเจอ แต่ถ้าไม่อยากเสียเวลา ก็ลองค้นหาแฮชแท็กเกี่ยวกับทุ่งดอกทานตะวันที่ชอบเล่นซ่อนหานี้ดูก็ได้ เผื่อมีใครปักหมุดช่วยคุณไว้

หาตั๋วไปล่าทุ่งดอกทานตะวันเริ่มต้นที่ 22,xxx บาท

ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ (Lavender Fields)

ช่วงเวลา: เดือนกรกฎาคม
สถานที่: แคว้นพรอว็องซาลป์-โกตดาซูร์ (Provence-Alpes-Cote d’Azur) ใกล้เมืองมาร์แซย์ (Marseille) ประเทศฝรั่งเศส (France)
ค่าเข้าชม: ฟรีหรือมีค่าเข้าชมตามแต่สถานที่

ปิดท้ายกันด้วยความงามแห่งฤดูร้อนที่ใคร ๆ เป็นอยากต้องมาชื่นชมด้วยตาตนเองสักครั้งในชีวิต กับทุ่งดอกลาเวนเดอร์สีม่วงสวยในดินแดนแห่งความโรแมนติกอย่างโพรวองซ์ (Provence) ทางตอนใต้ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกดอกลาเวนเดอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก และจะเบ่งบานชูช่อสีม่วงสวยในช่วงฤดูร้อน ของทุกปี โดยพื้นที่เพาะปลูกส่วนใหญ่จะอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเอกซอง-โพรวองซ์ (Aix-en Provence) ขึ้นไปจนถึงตอนใต้ของเมืองวาล็องซ์ (Valence)

และนี่ก็คือหนึ่งในภาพถ่ายที่มีชื่อเสียงคือทุ่งลาเวนเดอร์แห่งโพรวองซ์ นั่นก็คือทุ่งลาเวนเดอร์ที่อยู่ติดกับโบสถ์เก่าแก่ ซึ่งโบสถ์นี้มีชื่อว่า Abbaye Notre-Dame de Senanque ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมืองอาวินยง (Avignon) ซึ่งคุณสามารถไปชมและเก็บภาพประทับใจแบบนี้ได้ด้วยตนเอง

หาตั๋วไปดูทุ่งดอกลาเวนเดอร์เริ่มต้นที่ 25,xxx บาท

จบครบเรียบร้อยแล้วกับทุ่งดอกไม้แสนสวยระดับโลกทั้ง 7 แห่งที่เสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner ขอบอกเลยว่าต้องห้ามพลาดตลอดฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อนปีนี้ และขอแอบกระซิบเลยว่าช่วงฤดูร้อนนี่แหละที่ตั๋วเครื่องบินจากไทยไปเมืองหนาวนั้นจะถูกสุด ๆ ไม่เชื่อใช่ไหม! ลองเช็คเส้นทางบินไปประเทศที่คุณชื่นชอบได้เลย เผลอ ๆ ตั๋วเครื่องบินราคาดีที่สุดอาจจะอยู่ในช่วงเวลาที่คุณอยากไปเที่ยวมากที่สุดก็เป็นได้!