ค้นพบความหมายเบื้องหลังของการให้ระดับดาวโรงแรม และเรียนรู้ว่าข้อมูลนี้ส่งผลต่อตัวเลือกการเดินทางของคุณอย่างไรได้ในคู่มือฉบับย่อนี้
การให้ระดับดาวโรงแรมนั้นใช้กันมานานแล้ว เพื่อให้แขกทราบว่าสามารถคาดหวังอะไรได้บ้างจากคุณภาพและระดับการบริการของโรงแรมที่จะเข้าพัก แต่การให้ระดับดาวของโรงแรมเป็นอย่างไร และใครเป็นคนคิดระบบการให้ระดับดาวโรงแรม
มากับเราเพื่อทราบถึงประวัติเบื้องหลังการให้ระดับคะแนนโรงแรม ความแตกต่างของการให้ระดับคะแนนในประเทศต่างๆ และความหมายของดาวที่มีต่อนักเดินทางและผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม
ประวัติและวิวัฒนาการของการให้ระดับดาวโรงแรม
เดิมระบบการให้ระดับดาวโรงแรมมักจะมาจากการให้คะแนนขององค์กรในอเมริกา เช่น Mobil Oil แต่แนวคิดในการให้คะแนนโรงแรมในด้านคุณภาพและการบริการก็เป็นส่วนหนึ่งของงานการโรงแรมทั่วโลกมาอย่างยาวนานเช่นกัน
ต้นกำเนิดของการให้คะแนนโรงแรมมีมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Automobile Association (AA) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1905 ได้เริ่มแนะนำโรงแรมให้กับสมาชิก ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำหรับระบบการให้คะแนนอย่างเป็นทางการ
สำหรับมาตรฐานการวัดระดับโรงแรมในประเทศไทยนั้นดำเนินการโดยสมาคมโรงแรมไทยและสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดตั้งองค์กรกลางชื่อว่า “มูลนิธิพัฒนามาตรฐานและบุคลากรในอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว” ขึ้นในปีพ.ศ. 2549 เพื่อจัดระเบียบโรงแรมไทยให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ลักษณะที่ไม่แน่นอนของระบบการให้คะแนนโรงแรม
ในขณะที่ระบบการให้คะแนนโรงแรมของ Forbes และ AAA มีชื่อเสียงไปทั่วโลก แต่ระบบการให้คะแนนที่คุณอาจพบเห็นก็ไม่ได้มาจากแค่สององค์กรนี้เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไทยที่นิยม Tripadvisor รูปแบบการให้คะแนนโรงแรมนั้นมีความหลากหลาย ซึ่งรวมถึงระบบการให้คะแนนทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวและเว็บไซต์จองที่พักออนไลน์หลายแห่งทั่วโลกไม่เพียงแต่นำเสนอการจัดอันดับโรงแรมอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ยังมีการให้ระดับดาวที่มาจากผู้คนจริงซึ่งอิงตามรีวิวของผู้ใช้อีกด้วย นอกจากนี้ แพลตฟอร์มอย่าง Google เองก็ยังใช้ระบบการให้คะแนนที่รวมข้อมูลจากแหล่งที่มาต่างๆ มากมาย ซึ่งรวมถึงพันธมิตรบุคคลที่สามและการประเมินจากการเรียนรู้ของเครื่องจักร
ระบบการให้คะแนนโรงแรมจึงอาจมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศ มาดูกันว่าการจัดอันดับดาวโรงแรมทั้งห้าดาวโดยทั่วไปมีความหมายอย่างไรในไทย
ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดระดับดาวต่างๆ

แขกที่คุ้นเคยกับระบบดาวของโรงแรมจะไม่ไปยังโรงแรมระดับหนึ่งดาวโดยคาดหวังว่าจะมีเทรนเนอร์หรือบัตเลอร์ส่วนตัว แต่อะไรที่ทำให้โรงแรมระดับห้าดาวแตกต่างจากโรงแรมระดับสี่ดาวแห่งอื่นๆ กัน
แม้ว่าระบบการให้คะแนนอาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแง่ของเกณฑ์ แต่โดยรวมแล้วระบบจะชี้ไปที่มาตรฐานชุดเดียวกัน ต่อไปนี้คือสิ่งที่ระดับดาวของโรงแรมโดยทั่วไปสามารถบอกคุณเกี่ยวกับบริการ คุณภาพ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีให้ได้
โรงแรมระดับหนึ่งดาว
โรงแรมระดับ 1 ดาว เป็นมาตรฐานเริ่มต้นของธุรกิจโรงแรม ห้องพักต้องมีขนาดอย่างน้อย 10 ตารางเมตรและมีสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน เช่น เตียงขนาด 3 ฟุต กระจก ห้องน้ำ อ่างล้างหน้า ถังขยะ เป็นต้น ห้องพักระดับ 1 ดาวมักไม่ได้ตกแต่งสวยงามหรูหรา เพียงเน้นให้นอนหลับพักผ่อนระหว่างคืนอย่างปลอดภัยได้เท่านั้น
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่พักเรียบง่ายและราคาไม่สูงนัก โรงแรมระดับหนึ่งดาวที่ได้รับคะแนนดีอาจเป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยม รีวิวของผู้ใช้จึงมีคุณค่าอย่างยิ่งในกรณีเหล่านี้ โดยจะมีการให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสบการณ์จริง
โรงแรมระดับสองดาว
โรงแรมระดับ 2 ดาว ห้องพักต้องมีขนาดอย่างน้อย 14 ตารางเมตรและประตูห้องพักจำเป็นต้องมีตาแมวไว้ให้ผู้พักอาศัยมองเห็นแขกที่มาเคาะหรือกดกริ่งประตูได้พร้อมโซ่คล้องประตูเพื่อรักษาความปลอดภัย ห้องพักจำเป็นต้องมีเตียงขนาด 3 ฟุตขึ้นไป เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้องมีหรือไม่มีก็ได้ แต่โดยทั่วไปมักมีชุดโต๊ะเก้าอี้พร้อมกระจก โทรทัศน์ และโทรศัพท์สำหรับติดต่อภายใน บางแห่งอาจมีร้านอาหารภายในโรงแรมด้วย
โรงแรมอาจไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหรา แต่โดยทั่วไปจะเสนอราคาที่คุ้มค่า นอกจากนี้ อาจมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น อาหารเช้าฟรี ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดใจให้กับนักเดินทางที่คำนึงเรื่องงบประมาณ
โรงแรมระดับสามดาว
โรงแรมระดับสามดาว อยู่ในระดับสมดุลระหว่างคุณภาพและราคา ห้องมาตรฐานต้องมีขนาดอย่างน้อย 18 ตารางเมตร แม้ว่าราคาจะสูงกว่าโรงแรมระดับหนึ่งและสองดาวเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปแล้วโรงแรมจะมอบความคุ้มค่าสำหรับอัตราค่าบริการที่เรียกเก็บ
โรงแรมเหล่านี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแขกที่กำลังมองหาวันหยุดพักผ่อนที่สะดวกสบายโดยไม่จำเป็นต้องพักโรงแรมหรูหราโอ่อ่า
- ร้านอาหารภายในโรงแรมที่ให้บริการอาหารที่หลากหลาย
- ศูนย์ออกกำลังกายและสระว่ายน้ำในร่มหรือกลางแจ้ง
- ทำเลสะดวกใกล้แหล่งท่องเที่ยวหรือย่านธุรกิจยอดนิยม
- ห้องพักหรือห้องสวีทที่ตกแต่งอย่างมีสไตล์
- บาร์หรือมินิบาร์ในห้องพัก
- ห้องประชุมสำหรับการประชุมทางธุรกิจ
- แผนกฟรอนต์ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
ตัวอย่างที่ดีสำหรับโรงแรมระดับสามดาวนั้น เช่น โรงแรมในเครือ Ibis หรือ Lub d สถานประกอบการเหล่านี้ผสานระหว่างความสะดวกสบายและราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักเดินทางหลากหลายประเภท
โรงแรมระดับสี่ดาว
โรงแรมระดับสี่ดาวหลายแห่งเป็นสถานประกอบการที่หรูหราโดดเด่นด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับไฮเอนด์ ทำเลที่ตั้งที่โดดเด่น และการตกแต่งภายในที่หรูหรา ห้องพักจำเป็นต้องมีขนาดกว้างกว่า 24 ตารางเมตร ความแตกต่างระหว่างโรงแรมระดับสามดาวและสี่ดาวในมักอยู่ที่คุณภาพการบริการที่เหนือกว่าและความใส่ใจในรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน
ตัวอย่างเช่น โรงแรมระดับสามดาวอาจมีบริการรูมเซอร์วิสและทิวทัศน์ที่สวยงาม แต่หากคุณเลือกโรงแรมระดับสี่ดาวก็จะได้รับบริการสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นมาอีก เช่น บริการเจ้าหน้าที่คอนเซียร์จ และทำเลที่ตั้งที่ดีเยี่ยม เช่น Holiday Inn Bangkok Sukhumvit หรือโรงแรมอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ใจกลางพัทยา
โรงแรมระดับสี่ดาวขึ้นชื่อด้านสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโรงแรมมากมาย โดยทั่วไปแล้วจะรวมถึงบริการต่างๆ เช่น บริการจัดเตียง อุปกรณ์อาบน้ำสุดหรู ตัวเลือกการรับประทานอาหารกูร์เมต์ และสปาสุดพิเศษ การเลือกโรงแรมระดับสี่ดาวคุณภาพสูงจึงมักหมายถึงที่พักที่หรูหรา
โรงแรมระดับห้าดาว
แม้จะไม่มีเกณฑ์ที่ตายตัวในระดับสากลว่าอะไรที่ทำให้โรงแรมได้ระดับห้าดาว แต่สถานประกอบการเหล่านี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางถึงความหรูหราเหนือระดับในแง่ของการบริการ ที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวก
โรงแรมระดับห้าดาวในไทยต้องมีห้องพักขนาด 30 ตารางเมตรขึ้นไปและตกแต่งภายในอย่างสวยงามซึ่งสะท้อนถึงความสง่างามและสไตล์อันหรูหรา สปาในโรงแรมและร้านอาหารระดับสูงเป็นมาตรฐานที่โรงแรมระดับห้าดาวต้องมี รวมถึงห้องอาหารชื่อดังต่างๆ ที่มักดูแลโดยเชฟผู้มีชื่อเสียง ห้องพักในโรงแรมเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายและความหรูหราสูงสุด
สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรมห้าดาวมักมีความพิเศษเป็นอย่างยิ่ง โดยสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าวอาจรวมถึงการมีสระว่ายน้ำหลายสระ หรือ Infinity Pool บางแห่งอาจมีสระว่ายน้ำในร่มพร้อมวิวธรรมชาติหรือวิวเมืองอันเป็นเอกลักษณ์สิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมในโรงแรมชั้นนำเหล่านี้มักประกอบด้วยร้านเสริมสวยที่ให้บริการเต็มรูปแบบ สถานบันเทิงสุดพิเศษ และห้องออกกำลังกายอันทันสมัยพร้อมเทคโนโลยีการออกกำลังกายใหม่ล่าสุด การพักที่โรงแรมระดับห้าดาวในไทยจึงถือเป็นประสบการณ์หรูหราที่ครบครัน ซึ่งมอบความใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณเช็กอินจนกระทั่งคุณเช็กเอาต์ (อย่างไม่เต็มใจ)

เกณฑ์การให้ระดับดาวโรงแรม
เราได้ทราบกันไปแล้วว่าคุณสามารถคาดหวังอะไรได้บ้างจากระดับดาวของโรงแรม แล้วการกำหนดการให้ระดับดาวเหล่านี้ในประเทศไทยเป็นอย่างไร
สำหรับประเทศไทย ปัจจัยที่นำมาพิจารณาจัดระดับดาวของโรงแรมโดยมูลนิธิพัฒนามาตรฐานและบุคลากรในอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว ได้แก่
1.ทำเลที่ตั้ง สภาพแวดล้อม และบรรยากาศโดยรอบ
2.โครงสร้างของโรงแรมและระบบความปลอดภัย รวมถึงการตกแต่งและสิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม
3.คุณภาพของบริการ เช่น ความสะดวก ความปลอดภัย คุณภาพและขนาดห้องพัก ความคุ้มค่าด้านราคา และยังรวมถึงชื่อเสียงของโรงแรม
4.การบำรุงรักษา และการทำความสะอาดห้องพักในโรงแรม
ความแปรผันของระดับดาวในระดับภูมิภาค
แม้ว่าหลายประเทศทั่วโลกจะมีระบบการให้คะแนนโรงแรมเป็นของตัวเอง แต่วิธีการทำงานแต่ละอย่างอาจแตกต่างกันออกไปมาก ตัวอย่างเช่น โรงแรมระดับสี่ดาวอาจไม่ได้มีความหมายเหมือนกันทุกประการในฝรั่งเศสและสเปน หรือแม้แต่ในสองเมืองที่ต่างกันในสเปน
สเปนเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ไม่มีระบบการให้คะแนนโรงแรมระดับชาติ ดังนั้นมาตรฐานจึงอาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละภูมิภาค ด้านอิตาลีมีระบบดาวระดับภูมิภาคที่ดูแลโดยรัฐบาลแทนที่จะเป็นองค์กรเอกชน
Skyscanner จึงมีประโยชน์อย่างยิ่งในประเทศอย่างสเปนและอิตาลี ซึ่งแต่ละภูมิภาคมีวิธีการจัดระดับโรงแรมที่แตกต่างกัน เว็บไซต์และแอปนั้นมีทั้งรีวิวจากนักเดินทางจริงเช่นคุณ รวมถึงการให้คะแนนความสะอาด สถานที่ตั้ง การบริการ ห้องพัก ความคุ้มค่า และคุณภาพการนอนหลับ เพื่อให้คุณเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของแขกกับคะแนนอย่างเป็นทางการได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถอ่านรีวิวพร้อมดูรูปถ่ายจากแขกและข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกของแต่ละโรงแรมได้เพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพสิ่งที่คาดหวังได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยสรุปก็คือหากคุณค้นหาโรงแรมและการให้ระดับดาวในท้องถิ่น แต่ข้อมูลต่างๆ ก็ดูจะยุ่งเหยิงปนเปกันไปหมด ระบบของ Skyscanner จึงเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการหาข้อมูลที่แท้จริง
โชคดีที่มีบางพื้นที่ของยุโรปที่การให้คะแนนนั้นดูง่ายกว่าเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น ประเทศเยอรมนี กรีซ และสวีเดน ต่างก็เป็นสมาชิกของ HotelStars Union ซึ่งจัดระดับโรงแรมในแต่ละประเทศที่เข้าร่วม จากหนึ่งถึงห้าดาวตามเกณฑ์เดียวกัน
ข่าวดีก็คือ คุณไม่จำเป็นต้องค้นคว้าระบบการให้ดาวแยกกันหากคุณวางแผนจะเดินทางไปออสเตรเลียหรือดูไบ Forbes Travel Guide ตอนนี้ได้จัดระดับโรงแรมชั้นนำทั่วโลกโดยใช้ระบบเดียวกันให้คุณแล้ว

กรณีพิเศษ: เหนือกว่าห้าดาว
หากมีคนถามคุณว่าโรงแรมสามารถรับระดับดาวสูงสุดได้เท่าไหร่ คุณก็คงตอบว่าห้าดาวใช่ไหม ไม่ผิด แต่ปัจจุบันก็มีคำตอบอื่นที่เป็นไปได้ในทางเทคนิค
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำว่า “โรงแรมเจ็ดดาว” ได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แม้ว่าในทางเทคนิคแล้วจะไม่มีระดับดังกล่าวตามมาตรฐานอย่างเป็นทางการ แต่เหตุผลดังกล่าวคือประเด็นหลักว่าทำไมถึงได้รับความนิยม
โรงแรมระดับเจ็ดดาวยกระดับความหรูหราขึ้นไปอีก เปี่ยมด้วยความหรูหราโออ่าที่ทำให้การเข้าพักนั้นกลายเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ Burj Al Arab ในดูไบเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของความยิ่งใหญ่ระดับเจ็ดดาว การตกแต่งภายในที่เหมือนเทพนิยาย ชายหาดส่วนตัว และร้านอาหารชั้นเลิศมากมาย
ผลกระทบของการให้ระดับดาวต่อประสบการณ์ของแขก
ในบางประเด็น การให้คะแนนดาวของโรงแรมมีความสำคัญสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมมากกว่าแขกอย่างยิ่ง การให้ระดับสี่หรือห้าดาวสามารถช่วยให้โรงแรมที่บริหารงานอย่างดีปรากฏบนแผนที่ได้ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เจ้าของโรงแรมทั่วโลกรู้ดีเช่นกัน
การแสวงหาการให้ระดับดาวที่สูงขึ้นนั้นมีความสำคัญสำหรับโรงแรมหลายแห่ง เช่นเดียวกับเกรดสำหรับนักเรียนมัธยมปลายที่หวังจะมุ่งหน้าเข้าสู่สถาบันของ Russell Group ตั้งแต่คุณภาพการบริการไปจนถึงราคา ระบบการให้คะแนนด้วยดาวสามารถช่วยรักษาความคาดหวังของทั้งทางโรงแรมและนักเดินทางให้ตรงกันได้

การเลือกโรงแรมที่เหมาะกับความต้องการของคุณ
อย่างที่คุณเห็น การจัดระดับดาวโรงแรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแตกต่างระหว่าง “น่าทึ่ง” และ “หลีกเลี่ยงให้ดี” เสมอไป ระดับดาวเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นแนวทางทั่วไปในการเติมเต็มสิ่งที่คุณคาดหวัง
ด้วยเหตุนี้การพิจารณาทั้งระดับดาวและการให้คะแนนของลูกค้าจึงเป็นประโยชน์เมื่อคุณต้องเลือกโรงแรมให้ตรงกับความต้องการของตัวเองที่สุด การอ่านรีวิวของลูกค้าและดูภาพของนักท่องเที่ยวมักจะให้ข้อมูลที่ละเอียดยิ่งขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่รอคุณอยู่หลังเช็กอิน
ความสำคัญของการให้คะแนนโรงแรม
แม้ว่านักท่องเที่ยวบางคนจะให้ความสำคัญกับการให้คะแนนโรงแรม แต่ก็ยังคงเป็นแนวคิดที่ค่อนข้างใหม่ซึ่งถือกำเนิดขึ้นเมื่อไม่ถึงศตวรรษที่ผ่านมา สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่าการให้คะแนนเหล่านี้ยังคงอยู่ในระหว่างการปรับปรุง และจะพัฒนาไปพร้อมกับอนาคตของอุตสาหกรรมโรงแรม
แน่นอนว่าการให้ระดับดาวของโรงแรมสามารถบอกเป็นนัยได้ว่าจะมีบริการนำรถไปจอดให้และผ้าปูที่นอนสุดหรูหรือไม่ แต่โปรดจำไว้ว่าระดับดาวมักเป็นแค่จิ๊กซอร์ชิ้นหนึ่งมากกว่าที่จะเป็นภาพรวมทั้งหมด
พร้อมที่จะใช้ความรู้ใหม่ของคุณเกี่ยวกับการให้ระดับดาวโรงแรมเพื่อจัดทำชาร์ตสำหรับการผจญภัยครั้งต่อไปแล้วหรือยัง ไม่ว่าคุณจะ กำลังมองหาที่พักราคาถูก หรือเสื้อคลุมอาบน้ำเนื้อนุ่ม Skyscanner ก็ยินดีที่จะช่วยคุณค้นหา โรงแรมที่ดีที่สุด สำหรับการเดินทางครั้งต่อไปของคุณเสมอ
ให้ Skyscanner ช่วยคุณค้นหาข้อเสนอเที่ยวบิน โรงแรม และ รถเช่า ที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางครั้งต่อไปของคุณได้
