สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 (ไวรัสโคโรนา) อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของคุณ โปรดดูคำแนะนำการเดินทางจากหน้านี้

หน้าแรก ข่าวท่องเที่ยว วิธีการขอวีซ่าอเมริกา ทำอย่างไร ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

บทความทั้งหมด

วิธีการขอวีซ่าอเมริกา ทำอย่างไร ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

อยากบินไปเที่ยวอเมริกาทักทายเทพีเสรีภาพ เก็บภาพชมวิวที่สะพานโกลเดนเกต หรือเปิดหูเปิดตาที่แกรนด์แคนยอน แค่ขอวีซ่าเที่ยวสหรัฐอเมริกา จะที่ไหนคุณก็ไปได้!

ความเชื่อหนึ่งที่ฝังใจนักท่องเที่ยวชาวไทยหลายต่อหลายคนมาอย่างช้านานนั้นคงจะหนีไม่พ้นความคิดที่ว่า การขอวีซ่าสหรัฐอเมริกานั้นยากลำบากมหาโหด! แต่ในความเป็นจริงนั้นการขอวีซ่าอเมริกานั้นไม่ได้ยากเลยสักนิด เพราะทางการสหรัฐฯ เขาคาดหวังอยู่อย่างเดียวคือ คุณจะเป็นนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวจริง ๆ แล้วกลับมาตามเวลาที่กำหนด โดยไม่ได้ไปสร้างความเสียหายให้บ้านเขา หรือไปแล้วไปลับไปไม่กลับเมืองไทยอีกเลย ดังนั้นถ้าใครอยากเที่ยวสหรัฐอเมริกา จงทำใจให้สบาย แล้วมาศึกษาวิธีการขอวีซ่าไปอเมริกากับ เสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner กัน!

รู้จักกับวีซ่าอเมริกา

สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกานั้นจำเป็นต้องขอวีซ่าก่อนการเดินทาง ซึ่งมีด้วยกันหลายประเภท ทั้งวีซ่าธุรกิจ การท่องเที่ยว การศึกษา และการทำงาน แต่สำหรับคนไทยที่ต้องการท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจนั้นจะจัดอยู่ในวีซ่าชั่วคราวประเภท B โดยแบ่งเป็นวีซ่า B-1 สำหรับการติดต่อธุรกิจ และ B-2 สำหรับการท่องเที่ยว พักผ่อน และการรักษาทางการแพทย์ ทั้งนี้วีซ่าทั้ง 2 แบบมักจะออกร่วมเป็นวีซ่าเดียวกัน (B1/B2) หากคุณต้องการศึกษาวีซ่าประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกรมการกงสุลสหรัฐอเมริกา www.ustraveldocs.com/th_th/th-niv-visatypeinfo.asp

ขั้นตอนการขอวีซ่าอเมริกา

ยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์

  1. เข้าสู่เว็บไซต์กรอกแบบฟอร์มออนไลน์ (DS-160) ของกรมการกงสุลสหรัฐอเมริกาที่ ceac.state.gov/genniv โดยเริ่มต้นจากการเลือกสถานที่ยื่นคำร้องขอวีซ่า (สำหรับประเทศไทยมีกรุงเทพฯ และเชียงใหม่) และกรอกรหัสยืนยันตามภาพที่พบ แล้วคลิก “START AN APPLICATION” เพื่อเริ่มต้นการกรอกแบบฟอร์ม
  2. ระบบออนไลน์จะเปิดหมายเลขยืนยันแบบฟอร์ม (Application ID) ให้คุณโดยอัตโนมัติ ซึ่งคุณสามารถใช้หมายเลขยืนยันนี้พร้อมกับคำถามเพื่อความปลอดภัยเพื่ออ้างอิงความเป็นเจ้าของแบบฟอร์มได้เมื่อต้องการกรอกข้อมูลในภายหลังหากยังไม่ยืนยันการส่ง ทั้งนี้ระหว่างกรอกแบบฟอร์มโปรดอ่านทำความเข้าใจคำถาม ตอบเป็นภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง และตรวจทานทุกครั้งเพราะจะแก้ไขไม่ได้อีกเมื่อยื่นแบบฟอร์มแล้ว
  3. เมื่อกรอกแบบฟอร์มเสร็จสิ้นคุณจำเป็นต้องอัพโหลดรูปถ่ายหน้าตรงของคุณด้วยก่อนยืนยันการส่งแบบฟอร์ม โดยเราแนะนำว่าควรเป็นรูปถ่ายเดียวกับรูปถ่ายจริงแล้วนำมาสแกนหรือขอไฟล์ดิจิทัลจากร้านถ่ายรูป โดยต้องปรับให้มีขนาดตรงตามที่กรมการกงสุลสหรัฐอเมริกากำหนดไว้ดังนี้
    • รูปถ่ายต้องมีสัดส่วนแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 600 x 600 ถึง 1,200 x 1,200 พิกเซล
    • รูปถ่ายต้องเป็นรูปสีแบบ 24 บิตต่อพิกเซล ในโหมด sRGB
    • หากสแกนจากรูปถ่ายขนาด 2 x 2 นิ้ว ต้องใช้ความละเอียด 300 พิกเซลต่อนิ้วขึ้นไป
    • ขนาดไฟล์ภาพต้องไม่เกิน 240KB
  4. เมื่ออัพโหลดรูปภาพหน้าตรงของคุณเสร็จแล้ว ระบบออนไลน์จะแสดงหน้าต่างให้คุณตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดอีกครั้ง ก่อนคลิก “Sign and Submit” แล้วจะเข้าสู่หน้า Confirmation เพื่อพิมพ์ใบยืนยันไปยื่นในวันสัมภาษณ์ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์

หมายเหตุ: หากคุณไม่ถนัดด้านการจัดการภาพถ่ายดิจิทัล เราขอแนะนำให้ติดต่อร้านแต่งภาพ หรือบุคคลที่มีทักษะด้านการใช้โปรแกรมแต่งภาพ ช่วยจัดการขนาดให้เป็นไปตามต้องการ แต่ห้ามแต่งหรือบิดเบือนภาพใบหน้าคุณไปจากความเป็นจริงเป็นอันขาด! และทั้งนี้ระบบออนไลน์จะมีเครื่องมืดวัดสัดส่วนรูปถ่าย ซึ่งคุณสามารถใช้วัดขนาดใบหน้าและลำคอให้ใกล้เคียงกับมาตรฐานที่กำหนดได้

ชำระค่าธรรมเนียมและนัดหมาย

  1. เมื่อคุณยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์เสร็จสิ้น หากไม่เคยยื่นวีซ่าอเมริกามาก่อน คุณต้องสร้างบัญชีผู้ใช้ที่ www.ustraveldocs.com/th_th/ เมื่อสมัครบัญชีผู้ใช้หรือลงชื่อเข้าใช้เสร็จสิ้น ในเมนูส่วนตัวของคุณจะพบกับหัวข้อ “การสมัครขอวีซ่าใหม่ / นัดสัมภาษณ์” ให้เลือกหัวข้อนี้และกรอกข้อมูล รวมทั้งจำนวนผู้สมัคร จนกระทั่งถึงกระบวนการชำระเงิน
  2. คลิก “คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดการชำระเงินทั้งหมด” เพื่อดูวิธีการชำระเงิน โดยการชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าสหรัฐอเมริกา มี 2 วิธี แต่เราขอแนะนำ การชำระเงินสดที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดยให้คุณใช้ใบนำฝากเงินที่พิมพ์จากระบบออนไลน์ ซึ่งมีเลขที่อ้างอิง Virtual Account ID และ CGI เพื่อยื่นชำระเงินกับธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกสาขา และต้องเก็บใบนำฝากส่วนลูกค้าที่ได้รับตราประทับจากธนาคารเป็นหลักฐานแนบในวันสัมภาษณ์ด้วย ทั้งนี้ Virtual Account ID มีเวลาจำกัด โปรดชำระเงินให้เร็วที่สุดหลังจากได้รับแบบฟอร์มแล้ว
  3. เมื่อชำระเงินเสร็จแล้ว ให้รอจนถึงหลังเวลา 12.00 น. ของวันถัดไป ระบบจะแสดงเลขที่ใบเสร็จรับเงินโดยอัตโนมัติ แล้วคุณจึงสามารถทำการนัดหมาย โดยให้เลือกวันและช่วงเวลานัดสัมภาษณ์ตามความสะดวก ทั้งนี้คุณสามารถเปลี่ยนแปลงวันนัดสัมภาษณ์ได้ (จำกัดจำนวนครั้ง) เมื่อนัดหมายเสร็จสิ้น คุณก็จะได้รับใบนัดสัมภาษณ์ โดยให้พิมพ์เพื่อใช้ยื่นในวันสัมภาษณ์ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการชำระค่าธรรมเนียมและนัดหมาย

สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาและทราบผลทันที

  1. เตรียมหนังสือเดินทางและเอกสารให้พร้อมสำหรับวันสัมภาษณ์ โดยการขอวีซ่าอเมริกานั้นจะเน้นการสัมภาษณ์เป็นหลัก และยื่นเอกสารที่จำเป็นเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น แต่ทั้งนี้คุณต้องเตรียมเอกสารและหลักฐานประกอบอื่น ๆ ให้พร้อมด้วย เนื่องจากเจ้าหน้าที่สัมภาษณ์อาจขอเรียกดูเพื่อประกอบการพิจารณาเป็นกรณีไป และในทางกลับกันเจ้าหน้าที่อาจไม่ขอดูเอกสารของคุณเลยก็ได้เช่นกัน
  2. เดินทางให้ถึงสถานทูตก่อนเวลานัดหมายอย่างน้อย 15-30 นาที โดยขอให้ไปแบบมีสัมภาระน้อยที่สุด มีเพียงกระเป๋าขนาดเล็ก ซองใส่เอกสารที่เตรียมมา และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง (ซึ่งต้องปิดเครื่องและฝากไว้ขณะเข้าสัมภาษณ์) หากมีสิ่งของต้องห้ามหรือกระเป๋าขนาดใหญ่ จะไม่อนุญาตให้เข้าสถานทูต และก่อนเข้าสู่สถานทูตจำเป็นต้องผ่านเครื่องสแกนร่างกายด้วย
  3. เมื่อเข้ามาในสถานทูตแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการช่วยจัดและตรวจเอกสาร และจัดเก็บข้อมูลชีวิภาพ (ลายนิ้วมือ) ก่อนเข้าสัมภาษณ์ และกรณีนัดหมายเป็นกลุ่มก็จะได้เข้าสัมภาษณ์พร้อมกัน โดยในระหว่างนี้จะมีการแนบตราไปรษณีย์ EMS สำหรับส่งหนังสือเดินทางคืนมาด้วย ให้คุณจดเลขไว้สำหรับติดตามเอกสารได้
  4. คุณสามารถเลือกสัมภาษณ์เป็นภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้ แต่คุณอาจจะพบคำถามภาษาอังกฤษจากเจ้าหน้าที่ต่างชาติ แต่ก็สามารถตอบเป็นภาษาไทยได้หากไม่ถนัดจริง ๆ โดยได้รับการยืนยันจากผู้ที่มีประสบการณ์ว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่แม้จะเป็นชาวต่างชาติก็สามารถพูดภาษาไทยได้ ทั้งนี้คุณควรพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง อย่างน้อยสำหรับการทักทายเมื่อแรกพบหรือแนะนำตัวก่อนขออนุญาตสนทนาเป็นภาษาไทย หรือหากไปเป็นกลุ่ม ก็ควรมีคนที่พูดภาษาอังกฤษได้บ้าง เพื่อไม่ให้เป็นจุดอ่อนด้านการสื่อสาร
  5. สำหรับการสัมภาษณ์ เจ้าหน้าที่จะถามเกี่ยวกับการเดินทางและการทำงานของคุณเป็นหลัก อาทิเช่น เดินทางไปที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ไปทำอะไรบ้าง ไปกับใคร มีความสัมพันธ์กันอย่างไร เคยไปเที่ยวที่ไหนมาหรือเปล่า ทำงานอะไร นานแค่ไหนแล้ว เป็นต้น ซึ่งจะมากน้อยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ คุณต้องตอบให้กระจ่าง และไม่ตอบสั้นหรือยืดยาวเกินไป และในบางกรณีหากเจ้าหน้าที่มีข้อสงสัย คุณสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ว่าต้องการดูหลักฐานเพิ่มเติมที่คุณนำมาด้วยหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจขอดูหรือไม่ก็ได้
  6. เมื่อสัมภาษณ์เสร็จสิ้น คุณจะพบกับ 2 สถานการณ์ดังนี้
    • ผ่าน: เจ้าหน้าที่จะเก็บหนังสือเดินทางของคุณ และจะได้รับคืนพร้อมตราประทับวีซ่าผ่าน EMS ภายใน 3-7 วันทำการ ก็พร้อมเดินทางสู่สหรัฐอเมริกาตามกำหนดการทันที ทั้งนี้อายุของวีซ่าจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทางสถานทูต
    • ไม่ผ่าน: เจ้าหน้าที่จะคืนหนังสือเดินทางให้คุณก่อนเดินทางกลับ พร้อมอธิบายเหตุผลว่าทำไมการขอวีซ่าครั้งนี้จึงไม่ผ่านการพิจารณา โดยค่าธรรมเนียมจะไม่ได้รับคืน ซึ่งการยื่นขอวีซ่าอีกครั้ง ต้องทำการยื่นขอวีซ่าและชำระเงินใหม่ตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ไม่ข้อกำหนดว่าต้องเว้นระยะเวลานานเท่าใดก่อนจะยื่นขอวีซ่าอีกครั้งได้

เอกสารการขอวีซ่าอเมริกา

หลักฐานสำคัญในการยื่นขอวีซ่าอเมริกา

คุณจำเป็นต้องแยกหลักฐานสำคัญไว้ต่างหาก เนื่องจากหลักฐานเหล่านี้ต้องส่งให้สถานทูตโดยไม่ได้รับคืน (ยกเว้นหนังสือเดินทาง) โดยมีเอกสารที่ต้องจัดเตรียมดังนี้

  1. ใบยืนยัน – ใบ Confirmation ของแบบฟอร์ม DS-160 ที่คุณได้รับหลังส่งข้อมูลในระบบออนไลน์ของกรมการกงสุลสหรัฐอเมริกาแล้ว
  2. ใบนัดสัมภาษณ์ – เอกสารที่ได้รับหลังจากลงทะเบียนนัดวันเวลาสัมภาษณ์ในระบบออนไลน์แล้ว
  3. หนังสือเดินทาง – ต้องเป็นหนังสือเดินทางฉบับล่าสุด มีอายุคงเหลือมากกว่า 6 เดือนนับจากช่วงเดินทาง และมีหน้าว่างอย่างน้อย 1 หน้า กรณีที่มีหนังสือเดินทางเล่มก่อนหน้าให้นำไปด้วยทั้งหมด
  4. รูปถ่ายหน้าตรง – รูปถ่ายฉบับจริงขนาด 2 x 2 นิ้ว จำนวน 1 ใบ โดยมีสีหน้าเป็นธรรมชาติ พื้นหลังขาว ใบหน้าสว่างไม่มีเงา ไม่มีสิ่งใดบดบังใบหน้าและดวงตา (ห้ามสวมแว่น) ส่วนใบหน้าต่างมีขนาดไม่ต่ำกว่า 50% และไม่มากกว่า 70% ของพื้นที่รูป โดยต้องเป็นรูปที่ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน
  5. ใบเสร็จค่าธรรมเนียม – ซึ่งก็คือใบนำฝากที่ได้รับตราประทับยืนยันการฝากจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาแล้ว

หลักฐานอื่น ๆ ในการยื่นขอวีซ่าอเมริกา

หลักฐานอื่น ๆ นั้นเป็นเพียงหลักฐานเพิ่มเติมที่คุณควรนำมาประกอบการสัมภาษณ์เท่านั้น และอย่างที่แจ้งไปตั้งแต่ตอนต้นว่าเจ้าหน้าที่อาจเรียกดูหรือไม่ก็ได้ แต่ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ขอดูแต่ไม่มีให้ คุณจะไม่สามารถส่งเอกสารในภายหลังได้อีก ทั้งนี้เอกสารทั้งหมดที่นำมาต้องเป็นเอกสารฉบับจริง โดยเอกสารเหล่านี้เจ้าหน้าที่จะคืนให้ระหว่างการสัมภาษณ์

  1. หลักฐานแสดงรายได้ – ไม่ว่าจะเป็นรายการเดินบัญชีเงินฝาก หลักฐานการชำระภาษี ใบจดทะเบียนการค้า (กรณีเจ้าของกิจการ) รวมทั้งเอกสารครอบครองทรัพย์สิน เช่นรถยนต์ โฉนดที่ดิน หรือสัญญากู้บ้านเป็นต้น
  2. หนังสือรับรอง – หนังสือรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษในกรณีเป็นพนักงาน โดยต้องมีข้อมูลชื่อองค์กรที่ทำงาน ตำแหน่งงาน เงินเดือน วันเริ่มงาน และควรมีการระบุจุดหมายปลายทาง ช่วงวันเดินทาง และวันที่จะกลับถึงประเทศไทยอย่างชัดเจน พร้อมลงนามและประทับตรา
  3. แผนการเดินทาง – แสดงแผนการเดินทางในช่วงที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อให้ทราบว่าในแต่ละวันจะเดินทางไปเที่ยวเมืองอะไร สถานที่ท่องเที่ยวไหน พักที่ใดบ้าง โดยแผนทั้งหมดต้องเป็นภาษาอังกฤษ
  4. ผลการศึกษา – กรณีผู้เดินทางอยู่ในระหว่างการเรียน ให้นำผลการเรียน หรือหนังสือรับรองจากสถานศึกษาสังกัดอยู่เป็นภาษาอังกฤษมาด้วย
  5. ประวัติอาชญากรรมหรือการดำเนินคดี – ในข้อกำหนดของกรมการกงสุลระบุให้นำมาด้วย ในกรณีที่คุณเคยถูกจับกุม ตัดสินโทษ หรือถูกฟ้องมาก่อน แม้ว่าจะได้ชดใช้ความผิดหรืออภัยโทษแล้วก็ตาม

สรุปเอกสารการขอวีซ่าอเมริกา

คุณจะสังเกตได้ว่ากรมการกงสุลไม่ระบุว่าจะต้องใช้ ใบยืนยันการจองตั๋วเครื่องบิน และ ใบยืนยันการจองโรงแรมที่พัก ซึ่งยืนยันจากผู้ที่มีประสบการณ์แล้วว่า คุณไม่จำเป็นต้องจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมก่อนขอวีซ่า เพียงแสดงแผนการเดินทางให้ชัดเจน และระบุให้ได้ว่าคุณมีแผนจะซื้อตั๋วเครื่องบินกับโรงแรมที่ใด อย่างไร? หรือเตรียมหลักฐานเที่ยวบินหรือโรงแรมที่ตั้งใจจะจองก็ได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ หากคุณสามารถจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรมที่สามารถคืนเงินได้ก็ควรจองไปก่อนเป็นดี และจงพึงระลึกเสมอว่าคุณต้องพิสูจน์ให้เจ้าหน้าที่เห็นอย่างบริสุทธิ์ใจว่า คุณแค่ไปเที่ยวและจะกลับมาไทยแน่นอน โดยที่คุณมีภาระผูกพันทั้งหน้าที่การงานและถิ่นฐานในประเทศไทย โดยไม่มีคำโกหก เพราะถ้าเขาจับได้ คุณจะโดนแบนวีซ่าถาวรเลยนะ!

ค้นหาและจองตั๋วเครื่องบินไปสหรัฐอเมริกา
ค้นหาและจองโรงแรมที่พักในสหรัฐอเมริกา

ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าอเมริกา

สำหรับค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าอเมริกานั้น แม้จะเรียกเก็บเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ แต่คุณต้องชำระค่าธรรมเนียมเป็นเงินไทยในอัตราแลกเปลี่ยนที่กรมการกงสุลสหรัฐอเมริกากำหนดไว้ โดยปัจจุบันค่าธรรมเนียมวีซ่าชั่วคราวประเภท B จะอยู่ที่ 160 ดอลลาร์สหรัฐ และประกาศอัตราแลกเปลี่ยนจนถึงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561 นั้นอยู่ที่ 34.00 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ กรมการกงสุลจึงเรียกเก็บค่าธรรมเนียมคุณเป็นจำนวน 5,440 บาท โดยสามารถเช็คอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมล่าสุดได้ที่ www.ustraveldocs.com/th_th/th-niv-visafeeinfo.asp

สถานที่ยื่นขอวีซ่าอเมริกา

สำหรับการขอวีซ่าเที่ยวอเมริกานั้น ทางกรมการกงสุลสหรัฐอเมริกาไม่ได้มีการจัดตั้งตัวแทนหรือศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าแต่อย่างใด คุณต้องยื่นเอกสารและสัมภาษณ์ด้วยตนเองที่สถานทูตเท่านั้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

กรุงเทพฯ

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย
95 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
เวลาทำการ: ติดต่อได้เฉพาะช่วงเวลานัดหมาย ปิดทำการในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

เชียงใหม่

สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่
387 ถนนวิชยานนท์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง เชียงใหม่ 50300
เวลาทำการ: ติดต่อได้เฉพาะช่วงเวลานัดหมาย ปิดทำการในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

และทั้งหมดนี้ก็คือรายละเอียดทั้งหมดของการยื่นคำร้องขอวีซ่าอเมริกา ไม่ยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหม! จะเห็นได้ว่ามีช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นแค่ตอนสัมภาษณ์เท่านั้น ขอแค่คุณมีความจริงใจ กรอกข้อมูลและตอบคำถามด้วยความเป็นจริง วีซ่าอเมริกาก็อยู่ในหนังสือเดินทางของคุณได้ไม่ยาก บางคนไปขอรอบเดียวได้วีซ่าอายุ 10 ปีมาเลยก็มีเหมือนกัน เสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner ขอให้คุณโชคดีกับการขอวีซ่าเที่ยวอเมริกาในครั้งนี้ หรือถ้ายังมีจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ในใจ ก็คลิกอ่านวิธีการขอวีซ่าเลยที่นี่

วิธีการขอวีซ่าไปเที่ยวต่างประเทศต้องทำอย่างไร? พร้อมวีซ่า 10 ประเทศแนะนำ

หมายเหตุ: ข้อมูลอัพเดต ณ เดือนกันยายน พ.ศ. 2561
แหล่งที่มาข้อมูล: กรมการกงสุลสหรัฐอเมริกา
โปรดทราบ: สำหรับข้อมูลล่าสุดในการขอวีซ่าประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถตรวจสอบได้ที่ www.ustraveldocs.com