หน้าแรก ข่าวท่องเที่ยว รู้ไว้ใช่ว่า ทำอย่างไรไม่โดนจับปรับ พิกัดศุลกากรขาเข้าล่าสุด 2561

บทความทั้งหมด

รู้ไว้ใช่ว่า ทำอย่างไรไม่โดนจับปรับ พิกัดศุลกากรขาเข้าล่าสุด 2561

เรื่องดังสนั่นสนามบินไทย อะไรบ้างต้องเสียภาษี ทำอย่างไรดีไม่ต้องเสียค่าปรับ เสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner มีคำตอบให้คุณที่นี่ ไปอ่านกันเลย

เรื่องฮิตติดลมบนของวงการท่องเที่ยวช่วงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องประกาศพิกัดศุลกากร 60/2561 ว่าด้วยเรื่องการซื้อสินค้าปลอดภาษี (duty free) ที่ทำเอาใครหลายคนหนักอกไปตามๆ กัน ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว มันก็ไม่ใช่เป็นกฎใหม่เอี่ยมอ่องแต่อย่างใด แต่เป็นมาตรการเก่าที่ทางศุลกากรปรับนำมาใช้ใหม่ ฉะนั้นหากคุณเป็นขาท่องโลกหรือมีเหตุทางการงานให้ต้องเดินทางบ่อยๆ ลองมาอ่านข้อมูลพิกัดศุลกากรที่ Skyscanner รวบรวมมาให้เป็นความรู้รอบตัวสำหรับการเดินทางที่ราบรื่นกันดีกว่า

พิธีการศุลกากรเมื่อเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย

เมื่อคุณเดินทางกลับเข้าเมืองไทย หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจพาสปอร์ตและรับกระเป๋าเดินทางแล้ว หากคุณมีสินค้าต้องสำแดง จะต้องเดินเข้าช่องตรวจสีแดง (Goods to Declare) หากไม่มีสินค้าต้องสำแดง ให้เข้าช่องตรวจสีเขียว (Nothing to Declare)

สำหรับผู้โดยสารที่เข้าช่องสีแดงและมีสินค้าต้องเสียภาษีศุลกากร สามารถทำการชำระภาษีหรือขอฝากสินค้า (มีค่ารับฝาก) เพื่อทำการชำระภาษีในภายหลังได้

สำหรับผู้โดยสารที่เข้าช่องสีเขียวและหากและได้รับการตรวจพบว่ามีสินค้าเกินกว่าที่อนุญาตหรือมีของต้องสำแดง แต่ไม่ทำการสำแดง จะได้รับการจับปรับและดำเนินคดีทางกฎหมาย

สิ่งของใดบ้างที่ต้องสำแดง?

สิ่งของต้องสำแดง

  1. เครื่องใช้ส่วนตัวที่มีมูลค่าเกินกว่า 20,000 บาท

  2. ตัวอย่างสินค้าที่ไม่มีราคาในทางการค้า

  3. ของที่นำมาจัดแสดงหรือนำเข้ามาชั่วคราว (ต้องมีเอกสารยืนยันที่ทำเรื่องกับศุลกากรไว้)

  4. สิ่ง “ของต้องห้าม” เช่น ยาเสพย์ติด สินค้าเลียนแบบ (ของปลอม) สื่อลามก สัตว์ป่าสงวน ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ปลอม

  5. “ของต้องกำกัด” ที่ต้องมีใบอนุญาต เช่น อาวุธปืน วัตถุระเบิด พระพุทธรูป โบราณวัตถุ สัตว์มีชีวิต สัตว์ป่า ซากสัตว์ พืชสงวน ชิ้นส่วนยานพาหนะ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยาและอาหารเสริม

สิ่งของที่ไม่ต้องสำแดง

  1. เครื่องใช้ส่วนตัวต่างๆ ที่มีมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท

  2. บุหรี่จำนวนไม่เกิน 200 มวน

  3. ซิการ์/ยาเส้นจำนวนไม่เกิน 250 กรัม

  4. สุราจำนวนไม่เกิน 1 ลิตร

  5. เงินตราต่างประเทศไม่เกิน 15,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา*

*อ้างอิงจากเว็บไซต์กรมศุลกากรประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (มีนาคม 2561)

ซื้อสินค้า duty free จากสนามบินต้องสำแดงไหม?

หากคุณมีความประสงค์จะซื้อสินค้าปลอดภาษีที่สนามบินในช่วงขาเข้า คุณสามารถซื้อสินค้าได้ในมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาท ทั้งนี้อัตราโดยรวมทั้งหมดสำหรับการได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้านั้นจะนับรวมทั้งสินค้าที่ซื้อมาจากต่างประเทศ สินค้าที่ทำการซื้อออกไปในช่วงขาออก และสินค้าที่ซื้อในร้าน duty free ขาเข้า ทั้งหมดรวมกันในราคาไม่เกิน 20,000 บาท หากคุณมีสินค้าปลอดภาษีที่เพิ่งซื้อและสินค้าที่ซื้อจากต่างประเทศเข้ามามีมูลค่ารวมกันไม่เกินกว่าอัตราที่กำหนดไว้นี้ ก็ไม่จำเป็นต้องสำแดง

ของใช้ส่วนตัวต้องเสียภาษีไหม?

คำถามคาใจของใครหลายคน โดยเฉพาะคุณๆ ที่ไปอยู่ต่างประเทศเป็นหลักปี (หรือหลายๆ ปี) แล้วกำลังจะเดินทางกลับบ้านที่ไทยอย่างถาวร ….. กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง สมบัติพัสถานต่างๆ นั้นจะต้องเสียภาษีไหม? คำตอบ คือ ต้องเสียภาษี (คิดตามพิกัดศุลกากรของใช้แล้ว) หากคุณมีข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ ที่มีมูลค่ารวมกันเกิน 200,000 บาท จะต้องทำการสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร และจะต้องทำการเสียภาษีอากร

ในกรณีของเฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือนนั้น คุณสามารถมีเครื่องใช้ภายในบ้านรวมทั้งที่ซื้อหาจากร้านปลอดภาษีในสนามบินในมูลค่ารวมกันไม่เกิน 50,000 บาท ทั้งนี้คุณจะต้องมีเอกสารยืนยันการไปใช้ชีวิตในต่างประเทศเกินกว่า 1 ปี รวมไปถึงเอกสารการโยกย้ายภูมิลำเนา (ถ้ามี) เช่น เอกสารการย้ายสาขาที่ทำงาน หรือเอกสารการหมดวาระว่าจ้างงานในต่างประเทศ เอกสารการสำเร็จการศึกษา มาแสดงต่อศุลกากรเพื่อยกเว้นภาษี

สำหรับคุณที่เดินทางไปเที่ยวในระยะสั้นๆ ของใช้ส่วนตัวทั้งหมดจะต้องมีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 20,000 บาท ในกรณีของคนที่เอาของใช้ไปจากเมืองไทย แนะนำให้แจ้งกรมศุลกากรที่สนามบินก่อนเดินทางออกเพื่อเลี่ยงการเสี่ยงภาษีเมื่อเดินทางกลับมา

สำหรับกรณีที่ต้องนำเครื่องใช้ส่วนตัวหรือสินค้าต่างๆ ออกไปจากเมืองไทย เช่น แว่นตา สินค้าแบรนด์เนม กระเป๋า รองเท้า เครื่องแต่งตัว ฯลฯ โดยมีจำนวนมากกว่า 1 ในชิ้นในแต่ละประเภท เพื่อไปใช้ในการทำงาน เช่น ออกงานแฟร์ งานแสดงสินค้า เพื่อเข้าร่วมพิธีการหรืองานสำคัญใดๆ ในต่างประเทศที่จำเป็นต้องใช้เครื่องใช้เหล่านี้ คุณควรจะทำเรื่องแจ้งต่อศุลกากรให้เรียบร้อย โดยสามารถยื่นเรื่องได้ที่จุดคืนภาษีนักท่องเที่ยว (VAT Refund) ที่สนามบิน และทางเจ้าหน้าที่จะทำเอกสารยกเว้นภาษีให้คุณนำมายื่นเมื่อเดินทางกลับเข้าประเทศ

คอมพิวเตอร์ แล็บท็อป กล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

สำหรับทริปทำงานที่คุณจะต้องพกพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น แล็บท็อป โน้ตบุ๊ก ไอแพด นาฬิกา กล้องถ่ายวีดีโอ และกล้องถ่ายรูป เพื่อนำไปใช้ในระหว่างเดินทาง คุณสามารถทำเอกสารยื่นต่อศุลกากรก่อนเดินทางออกนอกประเทศได้ โดยคุณจะต้องเตรียมภาพถ่ายอุปกรณ์เหล่านี้ทั้งหมด 2 ชุด หมายเลข Serial Number หรือเครื่องหมายของอุปกรณ์ที่ยืนยันได้ มาแจ้ง ณ ห้องทำการศุลกากรขาออกระหว่างประเทศ โดยอุปกรณ์ทั้งหมดจะต้องเป็นของใช้แล้ว และจะต้องมีจำนวนเหมาะสม เจ้าหน้าที่จะออกใบรับแจ้งให้คุณนำมายื่นเพื่อยกเว้นภาษีเมื่อเดินทางกลับเข้าประเทศ

สินค้าใดไม่ต้องเสียภาษีตามพิกัดศุลกากรขาเข้า

สินค้าที่คุณสามารถนำเข้ามาได้โดยไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร คือ โทรศัพท์ กล้อง และอุปกรณ์ไอทีต่างๆ ที่ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า แต่คุณจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% (อันนี้มันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ นะคุณขา)

การตีราคาของศุลกากร

หากคุณมีใบเสร็จ ศุลกากรจะตีราคาภาษีนำเข้าของสินค้านั้นๆ ตามใบเสร็จ แต่ถ้าหากคุณไม่มีใบเสร็จ เจ้าหน้าที่จะดูจากฐานข้อมูลและเว็บไซต์ที่จำหน่ายสินค้าชนิดนั้นๆ เช่น เว็บไซต์ทางการของสินค้าแบรนด์เนมและเว็บไซต์ตัวแทนจำหน่าย หรือห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ที่จำหน่ายสินค้าชนิดนั้นๆ พวกเพจขายของถูก หรือเว็บไซต์ที่โฆษณาสินค้าราคาต่ำสุดขั้วนี่ลืมไปได้เลย เพราะมันไม่น่าเชื่อถือ แลดูลวงโลก

อัตราการคิดภาษีนำเข้าของศุลกากร

สินค้าที่คุณซื้อจากต่างประเทศ หรือสินค้าปลอดภาษีที่คุณซื้อจากร้าน duty free ทั้งขาออกและขาเข้านั้น หากทั้งหมดมีมูลค่ารวมกันเกินกว่า 20,000 บาท คุณจะต้องเสียภาษีศุลกากรตามพิกัดศุลกากร ดังนี้

  • กระเป๋าแบรนด์เนม 20% ของราคาตามใบเสร็จ + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • รองเท้า 30% ของราคาตามใบเสร็จ + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • นาฬิกา 5% ของราคาตามใบเสร็จ + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • โทรศัพท์ กล้อง และอุปกรณ์ไอทีต่างๆ ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า แต่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

คุ้มไหมที่จะเสี่ยงไม่สำแดงสินค้าเพื่อเลี่ยงภาษี?

ขอตอบเลยว่าไม่คุ้มอย่างมาก หากคุณรู้ตัวว่านำสินค้าเข้ามาเกินกว่าที่อนุญาตแน่ๆ เข้าช่องแดง (Goods to Declare) ไปเถอะค่ะ เพราะเต็มที่ก็แค่เสียภาษีตามระวาง ไม่โดนค่าปรับ ไม่เสี่ยงขึ้นศาล และที่แน่ๆ ไม่เสียอารมณ์และเวลาขั้นรุนแรง หรือถ้าสิ่งของบางชนิดที่คุณสละได้และคิดว่าคุ้ม เช่น ขนมต่างๆ ของจุกจิกที่มูลค่าไม่มาก แต่รวมๆ กันแล้วอาจช่วยให้คุณไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรได้ จงทิ้งมันลงในกล่องใสที่ศุลกากรจัดไว้ให้ในสนามบิน เพราะหากคุณเสี่ยงไม่สำแดงสินค้า และเดินไปเข้าช่องเขียว (Nothing to Declare) และโชคไม่เข้าข้าง โดนจับสุ่มตรวจ สุ่มสแกน และพบว่าของมันเกินมาจริงๆ โทษสูงสุดที่จะโดน คือ ปรับ 4 เท่าของมูลค่าของ + ภาษีตามระวาง จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ แถมยังโดนยึดสินค้าที่อุตส่าห์ขนมาอีกด้วย ประมาณว่าเสียทรัพย์หลายทาง เสียอารมณ์ เสียเวลา และเสียเครดิต ไม่คุ้มอย่างมาก

สำหรับคุณที่ยังมีข้อข้องใจ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนบริการกรมศุลกากร 1164

เรื่องน่าอ่าน

อ่านเพิ่มเติมแหล่งช้อปปิ้งสิงคโปร์

อ่านเพิ่มเติมแวะช้อปปิ้ง Duty Free ที่ยุโรป

อ่านเพิ่มเติมพิกัดที่ช้อปปิ้งในโซล

อ่านเพิ่มเติม 8 เมืองดังแหล่งช้อปปิ้งรอบโลก

อ่านเพิ่มเติมตะลุยแหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตในโตเกียว

ข้อมูลราคาตั๋วเครื่องบินนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่อัพเดท ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งที่เหลืออยู่