สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 (ไวรัสโคโรนา) อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของคุณ โปรดดูคำแนะนำการเดินทางจากหน้านี้

หน้าแรก ข่าวท่องเที่ยว เคล็ดลับ ตะลอนทัวร์สถานที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ 8 วัน ด้วยงบแค่ประมาณ 6 หมื่นกว่า

บทความทั้งหมด

ตะลอนทัวร์สถานที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ 8 วัน ด้วยงบแค่ประมาณ 6 หมื่นกว่า

ท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ด้วยตนเองอย่างสบายประเป๋า ด้วยสารพัดเทคนิคและคำแนะนำเพื่อเตรียมตัวไปสวิสฉบับเซฟค่าใช้จ่าย เสกทริปในฝันให้เป็นไปได้ ไม่หมดตังค์!

ไปเที่ยวสวิสกันไหม? ถ้าที่นี่คือหนึ่งในประเทศในฝันที่คุณอยากไป ก็มาลองทำตามใจตัวเองสักครั้ง! ด้วยการไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ในแบบจุใจถึง 8 วันเต็ม (ไม่รวมวันเดินทาง) และไม่มีค่าใช้จ่ายก้อนโตมาเป็นอุปสรรคขวางกั้นความฝันของคุณ เพราะวันนี้เสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner จะมาชวนคุณไปเยือนดินแดนที่สวยงามราวกับเทพนิยายแห่งนี้ด้วยงบประมาณประหยัดสุดๆ เท่าที่จะเป็นไปได้ และจัดสรรวันเที่ยวได้เต็มอิ่มชนิดที่ว่าทัวร์สำเร็จรูปยังต้องอิจฉา! ด้วยเทคนิคเตรียมตัวท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์แบบประหยัดงบด้วยตนเอง ดังต่อไปนี้

เลือกฤดูกาลท่องเที่ยว

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวในทุกฤดูกาล ไม่ว่าไปเยือนในช่วงไหนก็จะมีความน่าตื่นตาคอยต้อนรับคุณอยู่เสมอ เริ่มตั้งแต่ฤดูหนาวที่เย็นจัดกับการเล่นสกีบนเทือกเขาสูง ฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูร้อนกับการชมดอกไม้และทุ่งหญ้าภายใต้แสงแดดอันอบอุ่น (แต่ก็อาจมีฝนในฤดูนี้ โปรดตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง) ปิดท้ายด้วยฤดูใบไม้ร่วงกับการชมใบไม้เปลี่ยนสีและบรรยากาศเย็นๆ ก่อนหิมะตก ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ในอารมณ์ไหน แต่ถ้าเน้นความประหยัดสุดๆ ล่ะก็ คำแนะนำถัดไปอาจช่วยคุณตัดสินใจเลือกฤดูเที่ยวได้

ประหยัดงบด้วยตั๋วเครื่องบิน

การจองตั๋วเครื่องบินสุดคุ้มไม่ยาก แค่เทียบราคาหาตั๋วบินถูกสุดแบบยกเดือน

จริงๆ แล้วตั๋วเครื่องบินไปสวิตเซอร์แลนด์นั้นไม่ได้แพงอย่างที่หลายๆ คนกังวล เพราะถ้าคุณได้ค้นหาตั๋วเครื่องบินจากสายการบินต่างๆ ในเสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner แล้ว ก็จะทราบว่าเที่ยวบินไปกลับสวิสมีราคาเริ่มต้นอยู่ประมาณ 15,000 – 20,000 บาทต่อที่นั่ง และเป็นราคาปกติเท่านั้น! ถ้าคุณมีวันบินที่แน่นอนก็สามารถใช้ “เครื่องมือแจ้งเตือนราคา” เพื่อไม่พลาดกับโปรโมชั่นตั๋วที่อาจจะถูกลงได้อีก หรือถ้าต้องการหาวันบินถูกที่สุดในช่วงไหนก็ได้ “เครื่องมือเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบินแบบทั้งเดือน” จะเป็นตัวช่วยหาตั๋วราคาถูกที่สุดในรอบเดือนและรอบปีให้กับคุณเอง และถ้ามีเวลาเดินทางก็ควรเลือกเที่ยวบินต่อ 1 จุดพัก เพราะมีราคาประหยัดกว่าเที่ยวบินตรง (เยอะมาก!)

ตามหาที่พักสุดคุ้ม

แน่นอนว่าการท่องเที่ยวแบบประหยัด ก็ต้องไปพักแบบแบ็คแพ็คสไตล์! โดยที่สวิตเซอร์แลนด์มีโรงแรมแบบแบ็คแพ็คเกอร์ให้บริการอยู่มากมาย หรือถ้าพอจะสนทนาภาษาอังกฤษได้ก็ยังมีที่พักแบบโฮมสเตย์ ซึ่งชาวท้องถิ่นก็ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่น โดยเฉลี่ยแล้วที่พักถูกๆ ของสวิตเซอร์แลนด์จะมีราคาเริ่มต้นอยู่ประมาณ 2,000 บาทต่อคืน และคุณสามารถใช้เครื่องมือค้นหาโรงแรมที่พักจากเสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner (ซึ่งสะดวกมากเพราะค้นหาจาก Agoda, Expedia, Booking.com, Hotels.com และเว็บรับจองชั้นนำทั่วโลก ไม่ต้องค้นหาและเปรียบเทียบทีละเว็บ) เพื่อเปรียบเทียบราคา จำนวนดาว ดูรีวิวจากผู้พักจริง รวมถึงดูตำแหน่งโรงแรมต่างๆ จากแผนที่เพื่อเลือกที่พักราคาถูกในทำเลที่ดีที่สุด รับรองว่าช่วยประหยัดค่าเดินทางและเวลาได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

เดินทางท่องเที่ยวด้วยบัตรเหมา

Swiss Pass คือเอกสิทธิ์เหนือระดับของการเดินทางท่องเที่ยวที่คุ้มค่าที่สุด สงวนให้ใช้เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ไปท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เท่านั้น โดยคุณสามารถใช้บัตรชนิดนี้เดินทางได้ทั่วประเทศอย่างไม่จำกัด ทั้งรถไฟ รถประจำทาง รถราง และเรือโดยสาร พร้อมส่วนลดค่าบริการกระเช้าขึ้นภูเขา และเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรีกว่า 400 แห่ง ซึ่งมีให้เลือกทั้ง 3 วัน 4 วัน 8 วัน และ 15 วัน สำหรับบัตรที่เราแนะนำคุณในทริปนี้คือ Swiss Pass ชั้น 2 (รถไฟชั้นประหยัด) แบบ 8 วัน ราคา 363 สวิสฟรังก์ หรือประมาณ 13,000 บาท

เตรียมงบอาหารการกินไว้ให้ดี

เนื่องจากสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงมาก อาหารจึงมีราคาแพงอย่างโหดร้ายเมื่อเทียบกับบ้านเรา เฉลี่ยได้ถึงมื้อละ 300 – 1,000 บาทเลยทีเดียว แต่คุณสามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการหาซื้อขนมปัง สลัด หรืออาหารสำเร็จรูปจากซุปเปอร์มาร์เก็ตในท้องถิ่นมารับประทาน ซึ่งประหยัดกว่าการนั่งรับประทานในร้าน โดยเวลาเลือกที่พัก ให้หาที่พักที่มีครัวไว้ด้วย จะได้ทำหรืออุ่นอาหารที่ซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรเตรียมงบประมาณเรื่องของกินแบบเผื่อเหลือไว้ดีกว่าเผื่อขาดไว้วันละ 1,500 – 3,000 บาท ส่วนน้ำดื่มกลับเป็นเรื่องที่ไม่ต้องกังวล เพราะสามารถกรอกใส่ขวดหรือดื่มจากก๊อกน้ำในโรงแรมหรือที่สาธารณะได้เลย

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เมืองอินเตอร์ลาเคน (Interlaken)

ทุ่งดอกไม้บนยอดเขาจุงเฟรา เมืองอินเตอร์ลาเคน

ยอดเขาจุงเฟรา หรือยอดเขาจุงฟราว หนึ่งในยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองอินเตอร์ลาเคน มีทัศนียภาพที่สวยงามตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงอากาศเย็นๆ ที่มีหิมะปลกคลุมหนาตัดกับที่ราบสีเขียวด้านล่างซึ่งเป็นทุ่งหญ้าอัลไพน์ นับเป็นจุดหมายสำคัญและท้าทายความสามารถของเหล่านักปีนเขาจากทั่วโลก

ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) เมืองเซอร์แมท (Zermatt)

บรรยากาศยามค่ำคืนของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น เมืองเซอร์แมท

ยอดเขาสูงกว่า 4,000 เมตรซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองเซอร์แมท ทางตอนใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แม้จะอยู่ห่างไกลจากเมืองใหญ่ แต่ก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของเหล่านักปีนเขาและนักเล่นสกีหิมะในช่วงฤดูหนาว และยอดเขาแห่งนี้ยังได้รับฉายาว่าเป็นมงกุฎแห่งเทือกเขาแอลป์ ด้วยลักษณะที่เด่นตระง่านจนกลายเป็นแลนด์มาร์คหนึ่งของประเทศ

ยอดเขาพิลาตุส (Mt. Pilatus) เมืองลูเซิร์น (Lucerne)

กระเช้าขึ้นลงยอดเขาพิลาตุส เมืองลูเซิร์น

อีกหนึ่งยอดเขาที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความชันเป็นอย่างมาก แต่กลับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นง่ายกว่าที่อื่นๆ ด้วยความสูงเพียง 2,000 เมตร และมีกระเช้ารับส่งนักท่องเที่ยวสู่ยอดเขาได้ทันที ด้านบนมีทัศยภาพที่สวยงาม โดยเฉพาะในช่วงอากาศเย็นที่มองไปทางไหนก็จะเจอแต่ยอดเขาที่มีหิมะ ส่วนด้านล่างคือทะเลสาบลูเซิร์นที่สงบนิ่งราวกับแผ่นกระจก

อุทยานแห่งชาติสวิส (Swiss National Park) เมืองเซอร์เนซ (Zernez)

อุทยานแห่งชาติสวิส เมืองเซอร์เนซ

พื้นที่ป่าอันกว้างใหญ่และห่างไกลของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ใกล้กับเมืองเซอร์เนซ โดยลักษณะของป่านั้นเป็นป่าสนโปร่งสลับทุ่งหญ้า ล้อมรอบด้วยหุบเขา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวคนใดได้เข้ามาสัมผัสก็เป็นต้องหลงใหลไปกับป่าสนแบบยุโรปแห่งนี้ และยังเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าเมืองหนาวหลากหลายชนิดอีกด้วย

ทะเลสาบซูริค (Lake Zurich) เมืองซูริค (Zurich)

วิวเมืองจากทะเลสาบซูริค

ทะเลสาบขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของเมืองซูริคที่ขึ้นชื่อเรียงภูมิทัศน์อันสวยงามของหมู่บ้านริมน้ำโดยรอบทะเลสาบ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสูงที่ปลกคลุมไปด้วยหิมะ และยังเป็นทะเลสาบที่มองเห็นวิวเมืองซูริคได้อย่างชัดเจน ซึ่งกิจกรรมยอดนิยมของการท่องเที่ยวในทะเลสาบนี้คือการตกปลา และล่องเรือชมหมู่บ้านต่างๆ รอบทะเลสาบ

ทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) เมืองเจนีวา (Geneva)

วิวเมืองและน้ำพุของทะเลสาบเจนีวา

ทะเลสาบขนาดใหญ่อันดับ 2 ของยุโรปที่มีพื้นที่ตั้งแต่เมืองเจนีวาไปจนถึงเมืองมองเทรอ (Montreux) และมีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตประเทศฝรั่งเศส โดยมีทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลสาบที่ตัดกับเมืองเจนีวาและเทือกเขาทางด้าน ทั้งยังเป็นที่ตั้งของน้ำพุเจ็ทโด (Jet d’Eau) หรือน้ำพุเจนีวา ซึ่งเป็นน้ำพุที่พุ่งสูงเสียดฟ้าเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย

น้ำตกไรน์ (Rhine Falls) เมืองชาฟฟ์ฮาวเซิน (Schaffhausen)

น้ำตกไรน์และปราสาทสคอสส์ ลัวเฟน เมืองชาฟฟ์ฮาวเซิน

น้ำตกไรน์ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองซูริค นับว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป ความสวยงามของมันนั้นเกิดจากพลังธรรมชาติของแม่น้ำไรน์ที่ไหลลงสู่พื้นที่ต่างระดับทั้งสาย และยังมีปราสาทสคอสส์ ลัวเฟน (Schoss Luafen) ตั้งตระง่านอยู่บนขอบผาด้านข้างของน้ำตก เกิดเป็นภาพผสมผสานระหว่างธรรมชาติและสิ่งปลูกสร้างอันเก่าแก่อย่างลงตัว

โบสถ์ฟราวมุนสเตอร์ (Fraumunster Church) เมืองซูริค (Zurich)

โบสถ์ฟราวมุนสเตอร์ ริมแม่น้ำลิมมัต เมืองซูริค

โบสถ์สำคัญของเมืองซูริคที่มีอายุเก่าแก่มาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 9 เลยทีเดียว ตั้งอยู่ในบริเวณปากแม่น้ำลิมมัต (Limmat) ก่อนไหลลงสู่ทะเลสาบซูริค โบสถ์แห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านงานกระจกสีและงานจิตรกรรมฝาผนังอันสวยงามโดดเด่น สะดุดตาด้วยยอดหอระฆังสูงใหญ่มีหลังคาแหลมสีเทอร์ควอยซ์ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนี้เลยกว่าได้

ปราสาทชิลยง (Chateau de Chillon) เมืองมองเทรอ (Montreux)

ปราสาทชิลยง ริมทะเลสาบเจนีวา เมืองมองเทรอ

ปราสาทเก่าแก่ที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ ของสวิตเซอร์แลนด์ แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่โตเหมือนปราสาทยุโรปโดยทั่วไป แต่ความโดดเด่นของปราสาทแห่งนี้คือที่ตั้งซึ่งอยู่ติดริมทะเลสาบเจนีวาแบบกำแพงปราสาทปะทะกับผิวน้ำพอดี มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามจากท้องน้ำอันกว้างใหญ่ตัดกับเทือกเขาสูง และยังเป็นที่เก็บสมบัติล้ำค่ามากมายไว้จัดแสดงให้ชมอีกด้วย

สะพานโบสถ์ (Chapel Bridge) เมืองลูเซิร์น (Lucerne)

สะพานโบสถ์ เมืองลูเซิร์น

สะพานโบสถ์ หรือชาเพลบริดจ์ เป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลก และยังถือว่าเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองลูเซิร์นเลยก็ว่าได้ ด้วยความสวยงามของตัวสะพานแบบมีซุ้มหลังคาซึ่งทอดข้ามแม่น้ำรอยส์ (Reuss) ระหว่างตัวเมืองกับโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St. Perter Capel) โดยมีการประดับประดาด้วยพุ่มดอกไม้ตลอดแนวรั้วสะพานอย่างงดงาม

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่เที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์

วางแผนการเที่ยว

ด้วย Swiss Pass เพียงบัตรเดียวก็ทำการออกแบบแผนเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เป็นเรื่องง่าย เพราะคุณจะไปไหนก็ได้ และเดินทางกี่เที่ยวก็ได้ ข้อสำคัญในการวางแผนการเที่ยวสวิสจึงอยู่ในเรื่องของการบริหารเวลาให้ดี คุณอาจใช้ Google Map เข้าช่วยในการดูเส้นทางระหว่างเมืองว่าใช้เวลาเดินทางกี่ชั่วโมง (โดยปกติเดินทางระหว่างเมืองที่ใกล้กันจะใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงโดยรถไฟ) และควรจัดที่เที่ยวให้อยู่ในเขตเดียวกันในแต่ละวัน ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องเปลี่ยนโรงแรมบ่อย ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายกว่าการเดินทางย้อนไปย้อนมาเป็นอย่างมาก

ตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยว

เพื่อการใช้เวลาให้คุ้มค่าและเก็บสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของสวิตเซอร์แลนด์ให้ได้มากที่สุด เราขอแนะนำเส้นทางเริ่มต้น 3 แบบที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแผนการเที่ยวของคุณเองได้ ดังต่อไปนี้

เริ่มต้นจากซูริค สิ้นสุดที่เจนีวา

ซูริคเป็นเมืองใหญ่ที่สุด มีเส้นทางคมนาคมที่สะดวกสบาย เหมาะกับการเป็นจุดเริ่มต้นท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ด้วยตนเอง โดยคุณสามารถนั่งรถไฟไปยังเมืองต่างๆ เพื่อท่องเที่ยวทั่วประเทศจนจบทริปได้ ตัวอย่างเช่น

ซูริค –> ลูเซิร์น –> อินเตอร์ลาเคน –> เซอร์แมท –> โลซานน์ –> เจนีวา

เส้นทางจากตะวันออกสู่ตะวันตกที่จะได้เที่ยวชมทั้งเมืองเก่าแก่ในซูริค ชมวิวยอดเขาจุงเฟรา ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น ยอดเขาพิลาตุส ปิดท้ายด้วยการชมเมืองก่อนขึ้นเครื่องกลับที่เจนีวา โดยระหว่างทริปนั้นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย และยังแวะที่เที่ยวใกล้เคียงอย่างน้ำตกไรน์ หรือปราสาทชิลยงริมทะเลสาบเจนีวาได้อีกด้วย

เริ่มต้นจากเจนีวา สิ้นสุดที่ซูริค

เจนีวาเป็นเมืองใหญ่อันดับสองที่ที่น่าสนใจมาก และถือเป็นหนึ่งในเมืองเส้นทางท่องเที่ยวในยุโรปเพราะติดกับชายแดนฝรั่งเศส มีระบบคมนาคมที่ไปยังเมืองต่างๆ อย่างสะดวกสบาย โดยมีเส้นทางคร่าวๆ เป็นตัวอย่างเช่น

เจนีวา –> โลซานน์ –> เบิร์น –> อินเตอร์ลาเคน –> ลูเซิร์น –> ซูริค

เส้นทางจากตะวันตกสู่ตะวันออกที่ผ่านเมืองใหญ่ๆ ทั้งเจนีวา เบิร์น และซูริค สัมผัสบรรยากาศเมืองเก่าสไตล์ยุโรปได้ถึง 3 แห่ง ชมวิวยอดเขาจุงเฟรา ยอดเขาพิลาตุส และสถานที่ท่องเที่ยวระหว่างทางอีกหลายจุด เช่นสวนธรรมชาติแกนทริสช์ (Naturpark Gantrisch) และทุ่งหญ้าเนินเขาเกอร์เตน (Gurten) ซึ่งอยู่ใกล้กับเมืองเบิร์น

เริ่มต้นและสิ้นสุดที่เมืองเดียวกัน

เส้นทางสุดท้ายสำหรับคนที่เลือกไป-กลับจากสนามบินเดียวกัน คุณอาจไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเพิ่มเพื่อเดินทางท่องเที่ยวข้ามประเทศระหว่างซูริคกับเจนีวา แต่เปลี่ยนเป็นการเที่ยวโดยรอบเมืองหลักของคุณ ตัวอย่างเช่น

ซูริค –> ลูเซิร์น –> คูร์ –> เซอร์เนซ –> เซนต์โมริตส์ –> ชาฟฟ์เฮาเซิน –> ซูริค

เส้นทางท่องเที่ยวฝั่งตะวันออกที่คุณจะได้ไปทั้งทะเลสาบซูริค ยอดเขาพิลาตุส อุทยานแห่งขาติสวิส เที่ยวเมืองคูร์ (Chur) ซึ่งมีปราสาทขนาดใหญ่บนเนินเขากลางเมือง และเมืองวิวสวยริมเทือกเขาอย่างเซนต์โมริตส์ (St. Moritz)

เจนีวา –> โลซานน์ –> มองเทรอ –> เซอร์แมท –> อินเตอร์ลาเคน –> เบิร์น –> เจนีวา

เส้นทางท่องเที่ยวฝั่งตะวันตกที่คุณจะได้เยี่ยมชมยอดเขาจุงเฟรา ยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น ปราสาทชิลยง ทะเลสาบเจนีวา และวิวทิวทัศน์สวยๆ เมืองเบิร์นที่เป็นเมืองมรดกโลก ทริปนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้เส้นทางตะวันออกเลยทีเดียว

คำนวณค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

ตามทริปของเรานั้นคิดจากการเที่ยวอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์เป็นเวลา 8 วัน (ไม่รวมวันเดินทาง) ดังนั้นค่าใช้จ่ายโดยประมาณก็สามารถคิดได้คร่าวๆ เป็นค่าใช้จ่ายขั้นต่ำดังนี้

  1. ตั๋วเครื่องบิน ทั้งไปและกลับ 15,000 บาท +
  2. โรงแรมที่พัก รวม 7 – 8 คืน 16,000 บาท +
  3. ค่าเดินทาง บัตร Swiss Pass แบบ 8 วัน 13,000 บาท +
  4. ค่าอาหาร 24 มื้อ 8 วัน 12,000 บาท +
  5. สำรองใช้ ค่าใช้จ่ายจิปาถะ 10,000 บาท +

รวม 66,000 บาท เป็นค่าใช้จ่ายขั้นต่ำในเบื้องต้นซึ่งคุณสามารถตั้งงบประมาณกลมๆ ได้ที่ 60,000 – 70,000 บาท แต่ค่าใช้จ่ายจริงจะถูกลงหรือแพงขึ้นนั้นก็อยู่กับปัจจัยต่างๆ ทั้งราคาตั๋วเครื่องบินที่อาจซื้อได้ในราคาโปรโมชั่น ที่พักที่อาจลดจำนวนคืนลงด้วยการหาเวลาเดินทางที่ไปถึงเช้าและกลับเย็น อาหารการกินที่ต้องลองดูว่าจะประหยัดได้มากน้อยแค่ไหน รวมทั้งเงินสำรองใช้ที่จะพกติดตัวเป็นจำนวนเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม สไตล์การเที่ยว และงบที่มีนั่นเอง

การขอวีซ่าไปสวิตเซอร์แลนด์

สวิตเซอร์แลนด์เป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศอียูที่ใช้วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ในการเข้าประเทศ ซึ่งถ้าคุณต้องการไปเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพียงที่เดียวก็ไม่ใช่เรื่องยาก คุณสามารถเตรียมเอกสารและติดต่อทำวีซ่าได้ 2 ช่องทาง ดังนี้

  1. สถานเอกอัครราขทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2674-6900
  2. ศูนย์ TLScontact สาทรซิตี้ทาวเวอร์ ชั้น 12 ถนนสาทรใต้ กรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2696-3899

สำหรับทั้ง 2 ที่จะเสียค่าธรรมเนียมขอวีซ่า 2,400 บาท (ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2016) และบวกค่าบริการอีก 863 บาทสำหรับการขอวีซ่ากับ TLScontact แต่จะสะดวกกว่าในเรื่องการเดินทางและการใช้ระบบออนไลน์ในการลงทะเบียนและติดตามวีซ่า โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ www.tlscontact.com/th2ch/login.php

แม้ว่าการไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์จะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่ทั้งหมดนี้ก็คือวิธีการวางแผนเที่ยวสวิสให้ประหยัดที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ที่เหลือก็แค่ตั้งเป้าหมายแล้วลงมือเก็บเงินสานฝันทริปดินแดนในเทพนิยายแห่งนี้ให้เป็นจริงเท่านั้น หากยังไม่มั่นใจว่าจะเก็บเงินเที่ยวสวิสอย่างไรดี? เราก็มีคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศด้วยนะ ลองค้นหาแรงบันดาลใจเพิ่มเติมได้จากที่นี่เลย

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศ

วิธีเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศระดับเทพ