หน้าแรก ข่าวท่องเที่ยว เคล็ดลับ ตั๋วรถไฟต่างๆ ในโอซาก้า ซื้อยังไง และตั๋วแบบไหนที่เหมาะกับคุณ?

บทความทั้งหมด

ตั๋วรถไฟต่างๆ ในโอซาก้า ซื้อยังไง และตั๋วแบบไหนที่เหมาะกับคุณ?

| รวมโปรตั๋วเครื่องบิน | โปรตั๋วเครื่องไปญี่ปุ่น | ตั๋วรถไฟเที่ยวโอซาก้านั้นมีมากมาย เส้นทางรถไฟของโอซาก้านั้นก็ซับซ้อนจนตาลาย แล้วแบบนี้จะเลือกตั๋วและดูแผนที่รถไฟในโอซาก้ายังไงดีไม่ให้งง เรามีคำตอบ!

“โอซาก้า” นับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายยอดฮิตของเหล่านักท่องเที่ยวชาวไทยจะเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น ด้วยความเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ที่ทันสมัยสะดวกสบายไม่แพ้โตเกียว เชื่อมต่อกับเมืองดังและสถานที่เที่ยวสำคัญหลายแห่งทั้งเกียวโต โกเบ นาระ และฮิเมจิ แถมยังบินไปเที่ยวได้ถูกสุดๆ อีก แต่ด้วยความเป็นเมืองท่องเที่ยว ประเภทตั๋วรถไฟในโอซาก้าจึงมีมากมายจนเลือกนั่งไม่ถูก แต่ไม่ต้องงง! เพราะ เสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner มีข้อมูลตั๋วรถไฟต่างๆ ในโอซาก้าแบบแน่นปึ๊ก พร้อมแผนที่รถไฟและวิธีเดินทางยังไงไม่ให้หลงมาเสิร์ฟแล้ว รับรองว่าไม่ยากและช่วยให้ทริปโอซาก้าของคุณคุ้มค่าสุดๆ แน่นอน

ทำความรู้จักกับรถไฟในโอซาก้า

1. รถไฟ JR เป็นกลุ่มบริษัทรถไฟที่มีโครงข่ายรถไฟครอบคลุมทั้งประเทศญี่ปุ่น (อดีตเคยเป็นของรัฐมาก่อน) ซึ่งในโอซาก้าก็มีรถไฟ JR วิ่งครอบคลุมสถานที่สำคัญต่างๆ รอบเมือง โดยจุดสังเกตของรถไฟ JR อย่างหนึ่งคือ เส้นทางรถไฟจะวิ่งบนดินเกือบทั้งหมด และรถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็น (Shinkansen) ก็ให้บริการโดยรถไฟ JR เช่นกัน

2. รถไฟ Subway เป็นรถไฟเส้นทางอื่นนอกเหนือจากการให้บริการของรถไฟ JR โดยอาจจะเป็นรถไฟท้องถิ่น หรือรถไฟที่เอกชนอื่นๆ มาลงทุน ซึ่งในโอซาก้าก็มีรถไฟเอกชนวิ่งอยู่หลายทั่วทั้งเมือง โดยจุดสังเกตของรถไฟ Subway อย่างหนึ่งคือ เส้นทางรถไฟจะวิ่งใต้ดินเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางสายที่วิ่งบนดินด้วย

3. รถไฟอื่นๆ อาทิเช่นรถไฟ Nankai เป็นรถไฟเอกชนที่แยกตัวออกจากการจับกลุ่มกับรถไฟ Subway อย่างชัดเจน ซึ่งจะเน้นการให้บริการในเส้นทางพิเศษเป็นหลัก อย่างในกรณีของ Nankai นั้นเป็นรถไฟที่วิ่งตรงจากสนามบินนานาชาติคันไซถึงสถานี Namba ใจกลางเมืองโอซาก้าเลยเป็นต้น

แผนที่รถไฟโอซาก้า

แผนที่รถไฟโอซาก้า

ขอบคุณภาพประกอบจาก: Osaka Convention & Tourism Bureau

ดูจากแผนที่ข้างต้นแล้ว ผิวเผินคุณอาจร้องว่า “คุณพระ!” แค่แผนที่รถไฟเมืองโอซาก้าทำไมมันดูซับซ้อนกว่าแผนที่รถไฟบ้านเราทั้งประเทศยิ่งนัก! แต่นี่แหละคือเส้นทางรถไฟทุกเส้นพร้อมชื่อสถานีทุกจุดของโอซาก้าและเขตชานเมืองโดยรอบ ซึ่งในเมืองใหญ่ๆ แผนที่รถไฟญี่ปุ่นก็มักจะพันกันยุ่งแบบนี้แหละ แต่จริงๆ แล้วแผนที่นี้ก็ไม่ได้ดูยากเลย โดยรถไฟเส้นประคือรถไฟ JR ส่วนเส้นสีหนาๆ คือรถไฟ Subway ส่วนเส้นสีบางๆ คือรถไฟเอกชนสายอื่นๆ ที่อาจจะมาจากนอกเขตเมือง หรือไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่ม Subway อาทิรถไฟ Nankai (ซึ่งบางเส้นทางจะไม่รวมอยู่ในตั๋วโดยสารเหมาจ่าย)

ดูแผนที่รถไฟโอซาก้าขนาดใหญ่

เมื่อใช้รถไฟ JR ในแผนที่จะเห็นว่ามีเส้นประลากสถานีรอบเมืองเป็นวงกลม ซึ่งรถไฟสายนี้มีชื่อว่า Osaka Loop Line โดยถือเป็นรถไฟ JR เส้นทางหลักของเมืองโอซาก้า โดยจะมี Loop Line ตามเข็มนาฬิกา และทวนเข็มนาฬิกา เวลาคุณจะไปไหน ก็ต้องดูว่าต้นทางกับปลายทางห่างกันแค่ไหน และวิ่งไปตามทิศที่เร็วกว่านั่นเอง

เมื่อใช้รถไฟ Subway สี ตัวอักษรย่อของสาย และหมายเลขสถานี จะช่วยให้คุณค้นหาสถานีได้ง่ายกว่าการจำชื่อเป็นอย่างมาก เพราะบางสถานีมักจะพ่วงชื่อสายมาด้วย เช่นสถานี Sakaisuji-Homamachi ที่ใช้รหัส K15 ของสายสีน้ำตาล (Sakaisuji Line) และ C17 ของสายสีเขียว (Chuo Line)

การซื้อตั๋วรถไฟในโอซาก้า

โดยปกติแล้วการเดินทางด้วยรถไฟจะต้องซื้อตั๋วจากเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติซึ่งมีภาษาอังกฤษบริการ และเลือกซื้อตั๋วโดยดูจากราคาที่ต้องจ่าย ซึ่งดูได้จากแผนที่เหนือเครื่องจำหน่าย อาทิเช่นจะไปสถานี Namba ถ้าในแผนที่ระบุว่าราคา 280 เยน ก็ต้องกดเลือกตั๋วราคา 280 เยน แล้วคุณก็จะได้ตั๋วเป็นกระดาษใบเล็กๆ มาเสียบเข้าเครื่องผ่านประตู (ไม่ต้องกลัวโดนหนีบเหมือนบ้านเรานะ!) หรือใช้บัตร ICOCA ซึ่งเป็นบัตรเติมเงินแล้วแปะผ่านประตูสำหรับรถไฟ JR หรือบัตร Pitapa สำหรับรถไฟ Subway แต่ขอบอกเลยว่าการซื้อบัตรหน้าตู้ทุกรอบหรือแม้แต่ใช้บัตรเติมเงินก็อาจไม่คุ้มค่าเท่าตั๋วรถไฟท่องเที่ยวแบบเหมาจ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกเยอะ

“Pass” ตั๋วรถไฟเที่ยวโอซาก้าสุดคุ้ม

Pass สำหรับรถไฟ JR

ตั๋วรถไฟท่องเที่ยวแบบเหมาจ่ายของ JR ในโอซาก้านั้นเป็น Pass ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ JR-West ซึ่งดูแลรถไฟในแถบพื้นที่ภูมิภาคคันไซไปจนถึงชูโงะกุที่อยู่ปลายสุดของเกาะฮอนชู ซึ่งมี Pass ถึง 9 แบบที่ครอบคลุมพื้นที่แตกต่างกันออกไป แต่เราจะมาทำความรู้จักกับ Pass ที่ใช้กับโอซาก้าซึ่งมี 5 แบบดังนี้

.tftable {
font-size: 12px;
color: #34363d;
width: 100%;
border-width: 1px !important;
border-color: #fff !important;
border-collapse: collapse;
}

.tftable th {
font-size: 11px;
background-color: #21C4D9;
line-height: 18px;
border-width: 1px !important;
border-style: solid;
border-color: #fff !important;
padding: 6px;
text-align: left;
vertical-align: top;
color: #ffffff;
}

.tftable tr {
background-color: #E8EBED;
border-width: 1px !important;
border-style: solid;
border-color: #fff !important;
vertical-align: top;
}

.tftable td {
font-size: 11px;
line-height: 18px;
border-width: 1px;
padding: 6px;
border-style: solid;
border-color: #fff !important;
vertical-align: top;
float: none !important;
width: auto !important;
}

.tftable .tfrequirement {
font-size: 11px;
color: #34363D;
background: #83E000;
border-width: 1px;
border-style: solid;
border-color: #fff;
vertical-align: top;
}

ชื่อตั๋วรถไฟ ราคา (ผู้ใหญ่)
บัตร Kansai Area Pass 1 วัน 2,200 เยน
2 วัน 4,300 เยน
3 วัน 5,300 เยน
4 วัน 6,300 เยน
บัตร Kansai Wide Area Pass 5 วัน 9,000 เยน
บัตร Kansai Wide Area Pass (แนะนำ) 5 วัน 9,000 เยน
บัตร Kansai – Hiroshima Area Pass 5 วัน 13,500 เยน
บัตร Kansai – Hokuriku Area Pass 7 วัน 15,000 เยน
บัตร Sanyo – San’in Area Pass 7 วัน 19,000 เยน

*เด็ก 6-11 ปี คิดครึ่งราคา หากอายุต่ำกว่าขึ้นฟรี 2 คนต่อผู้ปกครอง 1 คน

บัตร Kansai Area Pass สำหรับ Pass นี้เป็นตั๋วรถไฟเหมาเริ่มต้นของ JR-West ซึ่งมีราคาถูกและเลือกใช้ได้สูงสุด 4 วัน ครอบคลุมพื้นที่สำคัญอาทิเช่น โอซาก้า, เกียวโต, นาระ, โกเบ ไปจนถึงวากายาม่า และฮิเมจิ และคุณสามารถใช้รถไฟด่วน Kansai-airport Express สาย HARUKA จากสนามบินคันไซเข้าสู่ตัวเมืองและไปยังเมืองเกียวโตได้ ส่วนเส้นทางอื่นๆ จะนั่งได้เฉพาะรถไฟ Local และรถไฟด่วน Rapid Service เท่านั้น สำหรับ Pass นี้เหมาะกับคนอยากเที่ยวทุกเมืองดังในภูมิภาคนี้ด้วยราคาประหยัดที่สุด

บัตร Kansai Wide Area Pass (แนะนำ) สำหรับ Pass นี้จะมีเส้นทางคล้ายกับ Pass แรก แต่จะขยายพื้นที่ครอบคลุมทั่วภูมิภาคมากกว่า โดยไปถึงเมืองทตโตริทางตะวันตกเฉียงเหนือ และโอกายาม่าทางตะวันตก นอกจากนี้ยังมีวันโดยสารเพิ่มเป็น 5 วัน และสามารถนั่งรถไฟหัวกระสุน Shinkansen สาย SANYO จากโอซาก้าถึงโอกายาม่าได้ด้วย หากใครอยากสัมผัสความเร็วดุจจรวดของรถไฟชินคันเซ็น ขอแนะนำ Pass นี้เลยคุ้มที่สุด โดยเส้นทางของ Kansai Wide Area Pass ครอบคลุมพื้นที่ดังนี้ (แผนที่แสดงเฉพาะสถานีหลักเพื่อความเข้าใจง่าย)

แผนที่รถไฟที่ใช้ได้สำหรับบัตร Kansai Wide Area Pass

ขอบคุณภาพประกอบจาก: JR-West

บัตร Kansai – Hiroshima Area Pass สำหรับ Pass นี้จะมีเส้นทางคล้ายกับ Kansai Wide Area Pass เกือบทั้งหมด แต่จะเพิ่มเส้นทางตะวันตกจากเมืองโอกายาม่าไปจนถึงฮิโรชิม่า อีกเมืองหนึ่งที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน และขยายเส้นทางรถไฟ Shinkansen จนถึงเมืองนี้ด้วย ใครที่มีแผนไปเที่ยวฮิโรชิม่าด้วยล่ะก็ต้องเลือก Pass นี้เท่านั้น โดยมีราคาเพิ่มจาก Kansai Wide Area Pass อีก 4,500 เยน

บัตร Kansai – Hokuriku Area Pass สำหรับ Pass นี้จะมีเส้นทางคล้ายกับ Kansai Wide Area Pass แต่จะขยายเส้นทางรถไฟไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของคันไซไปจนถึงเมืองคานาซาว่าและโทยามะแทน (เส้นทางไปหมู่บ้านชิราคาวะโกะและกำแพงหิมะทาเตยามะ) และเพิ่มวันโดยสารเป็น 7 วัน นอกจากนี้ยังสามารถใช้นั่งรถไฟหัวกระสุน Shinkansen สาย HOKURIKU จากคานาซาว่าถึงโจเอะสึได้เพิ่มอีก 1 สายจากที่มีใน Kansai Wide Area Pass

บัตร Sanyo – San’in Area Pass สำหรับ Pass นี้จะมีราคาแพงที่สุดจาก Pass ทั้งหมดของ JR-West มีวันโดยสาร 7 วัน และขยายเส้นทางจาก Kansai – Hiroshima Area Pass ต่อไปยังเมืองโยนาโกะและเซ็นซากิทางตะวันตกเฉียงเหนือ และเลยไปถึงเมืองโคคุระและฮากะตะ (ติดกับเมืองฟุกุโอกะ) บนเกาะคิวชู ซึ่งคุณสามารถนั่งรถไฟ Shinkansen สาย SANYO ได้ถึงฮากะตะเลย

ดูรายละเอียดของ JR-West Pass ทั้งหมด

ซื้อที่ไหน? สำหรับ Pass ของรถไฟ JR นั้นสามารถซื้อได้จากตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย (บริษัททัวร์ต่างๆ) และชำระเป็นเงินบาทพร้อมค่าธรรมเนียม โดยราคาจะขึ้นลงตามค่าเงิน แล้วต้องนำมาแลกเป็นบัตรจริงที่เคาน์เตอร์บัตรโดยสารพิเศษของสถานีรถไฟ Osaka และตามสถานีรถไฟหลักของเมืองต่างๆ โดยใช้หนังสือเดินทางยืนยันการเป็นเจ้าของ แต่ถ้าไม่ได้ซื้อมาจากไทยก็สามารถซื้อจากที่เคาน์เตอร์นี้ได้ ซึ่งจะมีราคาแพงกว่าประมาณ 500-1,000 เยน

Pass สำหรับรถไฟ Subway

สำหรับตั๋วรถไฟท่องเที่ยวแบบเหมาจ่ายของรถไฟ Subway นั้นส่วนใหญ่จะให้บริการเฉพาะในพื้นที่ตัวเมืองโอซาก้า และอยู่ในลักษณะของบัตรท่องเที่ยวที่โดยสารรถไฟและรถบัสสาธารณะได้ไม่จำกัด พร้อมส่วนลดหรือเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ฟรี ซึ่งแตกต่างจาก Pass ของรถไฟ JR ที่ใช้เดินทางได้อย่างเดียว โดยรถไฟ Subway มี Pass ให้เลือกดังนี้

ชื่อตั๋วรถไฟ ราคา (ผู้ใหญ่)
บัตร Osaka Amazing Pass (แนะนำ) 1 วัน 2,500 เยน
2 วัน 3,300 เยน
บัตร Enjoy Eco Card หรือ Osaka One-Day Pass 1 วันธรรมดา 800 เยน
1 วันหยุด 600 เยน
บัตร Osaka Kaiyu Ticket 1 วัน 2,550 เยน
บัตร Kansai Thru Pass 2 วัน 4,000 เยน
3 วัน 5,200 เยน
บัตร Yokoso! Osaka 1 วัน 1,500 เยน

*มีตั๋วเด็กจำหน่ายเฉพาะบัตร Enjoy Eco Card ราคา 300 เยนทุกวัน และบัตร Osaka Kaiyu Ticket ราคา 1,300 เยน

บัตร Osaka Amazing Pass (แนะนำ) สำหรับ Pass นี้เรียกได้ว่าสามารถตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเที่ยวในเมืองโอซาก้าได้แบบเน้นๆ ซึ่งมีทั้งแบบ 1 วันและ 2 วัน (ใช้ต่อเนื่อง) โดยจุดเด่นของ Pass นี้คือสามารถใช้งานรถไฟ Subway รถบัสสาธารณะ และเรือโดยสารในเมืองได้ไม่จำกัด และสามารถเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว 35 แห่งในเมืองโอซาก้าได้ฟรี 1 ครั้งต่อที่ อาทิเช่น การชมพิพิธภัณฑ์ภายในปราสาทโอซาก้า, ชมวิวที่อาคาร Umeda Sky Building, ชมวิวหอคอย Tsutenkaku Tower, ขึ้นชิงช้าสรรค์ Tempozan หรือนั่งเรือ Tombori River Cruise เป็นต้น

บัตร Osaka Amazing Pass แบบ 1 วันและ 2 วัน

ขอบคุณภาพประกอบจาก: Osaka Convention & Tourism Bureau

บัตร Enjoy Eco Card สำหรับ Pass นี้เรียกว่าเอาใจคนชอบประหยัด เพราะสามารถใช้งานรถไฟ Subway และรถบัสสาธารณะได้ฟรีเช่นกัน และมีส่วนลดพิเศษเมื่อเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งให้ แม้จะไม่ฟรีแทบทุกที่เหมือน Osaka Amazing Pass แต่ความดีงามของ Pass นี้คือราคาที่ถูกกว่ามาก และยิ่งถูกมากขึ้นอีกในวันหยุด ซึ่งนี่ก็คือ Osaka One-Day Pass ที่หลายๆ คนอาจคุ้นหูกันมาก่อนนั่นเอง

บัตร Osaka Kaiyu Ticket สำหรับ Pass นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ตั้งใจจะไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสุดอลังการ Osaka Aquarium Kaiyukan ซึ่งนอกจากจะเข้าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแล้ว ยังใช้นั่งรถไฟ Subway และรถบัสสาธารณะได้ไม่จำกัดในวันที่ใช้งาน แถมมีส่วนลดสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวรอบอ่าวโอซาก้าอีกด้วย อาทิชิงช้าสวรรค์ Tempozan หรือจะล่องเรือสำเภาโบราณ Santa Maria รอบอ่าวโอซาก้า

บัตร Yokoso! Osaka สำหรับ Pass นี้สามารถซื้อได้จากสนามบินคันไซฝั่งสถานีรถไฟ Nankai ซึ่งจะให้สิทธิ์ในการนั่งรถไฟด่วน Limited Express Rapi:t จากสนามบินเข้าสู่ตัวเมืองได้ฟรี 1 เที่ยว (ถึงตัวเมืองได้เร็วมาก) และใช้งานรถไฟ Subway และรถบัสสาธารณะได้ไม่จำกัดในวันนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีเที่ยวบินไปถึงตอนเช้าเพราะจะใช้งานได้ทั้งวัน

บัตร Kansai Thru Pass สำหรับ Pass นี้จะไม่ได้บริการเฉพาะในตัวเมืองโอซาก้า แต่ยังครอบคลุมทั้งเกียวโต นาระ โกเบ ฮิเมจิ และวากายาม่าอีกด้วย โดยใช้นั่งรถไฟ Subway และรถบัสสาธารณะในพื้นที่ได้ไม่จำกัด เหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวนอกเขตเมืองโอซาก้า แต่ด้วยจำนวนวันที่น้อยและไม่มีรถไฟด่วน ตัวเลือกนี้อาจไม่คุ้มค่าเท่าการใช้ Kansai Area Pass ของฝั่งรถไฟ JR แล้วซื้อตั๋วโดยสารเหมาของท้องถิ่นก็ได้หากต้องการ

ดูรายละเอียดของ Osaka Pass ทั้งหมด

ซื้อที่ไหน? สำหรับบัตร Osaka Amazing Pass และ Osaka Kaiyu Ticket นั้นสามารถซื้อได้จากศูนย์บริการท่องเที่ยวสถานีรถไฟ Umeda และ Namba หรือตามสถานีรถไฟ Subway ใหญ่ๆ รวมทั้งโรงแรมในโอซาก้าบางแห่งก็มีจำหน่ายด้วย ส่วนบัตร Osaka One-Day Pass ซื้อที่ไหน? ขอบอกว่าบัตรนี้หาซื้อง่ายมาก ทั้งในสถานีรถไฟ Subway ทุกแห่ง หรือแม้แต่บนรถบัสสาธารณะก็ซื้อได้!

ประเภทตั๋วรถไฟโอซาก้าที่เหมาะกับคุณ

เที่ยวโอซาก้าซื้อตั๋วรถไฟแบบไหนดี? อย่างแรกเลยก็ต้องดูว่าคุณจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง เพราะแต่ละ Pass ก็ครอบคลุมการเดินทางและให้โปรโมชั่นไม่เหมือนกัน โดยวิธีง่ายๆ ที่จะตอบได้ว่าคุณควรใช้ Pass ไหนและของรถไฟกลุ่มใด ก็คือการวางแผนการเดินทางโดยอาศัย Google Maps ช่วย เพื่อดูว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณจะไปว่ามีสถานีรถไฟอะไรรองรับ และดูภาพรวมว่าจะใช้รถไฟแบบไหนถึงจะสะดวกกว่า ตัวอย่างเช่นเที่ยวเน้นหนักๆ ในตัวเมือง Osaka Amazing Pass คุ้มค่าที่สุดแน่นอน แต่ถ้าไปเที่ยวแต่ที่เที่ยวหลักๆ แต่ไปหลายเมืองและอยากลองนั่งชินคันเซ็นด้วย Kansai Wide Area Pass ก็อาจจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า หรือจะซื้อทั้ง 2 อย่างก็ได้นะแต่เลือกใช้ให้ถูกวันก็พอ

ข้อควรระวัง

ระวังใช้ผิดประเภท บ่อยครั้งที่นักท่องเที่ยวมักจะสับสนระหว่าง Pass สำหรับรถไฟ JR และ Pass สำหรับรถไฟ Subway ซึ่งทั้ง 2 ชนิดขาดกันอย่างชัดเจนและไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้อย่างเด็ดขาด ทั้งนี้เรายังไม่ทราบถึงกรณีการสอดตั๋วรถไฟผิดประเภทเข้าไปว่าประตูจะคายตั๋วคืนให้หรือไม่ ดังนั้นอย่าลองจะดีกว่า!

ระวังขึ้นผิดสถานี สถานีรถไฟบางแห่งในโอซาก้านั้นมีทั้งรถไฟ JR และรถไฟ Subway อาทิเช่น สถานี Shin-Imamiya ที่มีทั้ง JR มีทั้ง Nankai และมีสถานีรถไฟ Subway ชื่อ Dobutsuen-mae อยู่ใต้ดิน หรือสถานีรถไฟ Osaka ที่มีสถานีรถไฟใต้ดินชื่อ Umeda ซะงั้น (เหมือนสถานีหมอชิตกับจตุจักรบ้านเราเลย)

ระวังไปผิดขบวน สำหรับรถไฟ JR และรถไฟ Nankai จะมีขบวนรถไฟที่แตกต่างกันแต่วิ่งอยู่ในรางเดียวกัน โดยจะมีรถไฟ Local ซึ่งเป็นรถไฟที่จอดรับ-ส่งทุกสถานี กับขบวน Rapid Service หรือ Special Rapid Service ที่แวะเฉพาะสถานีใหญ่เท่านั้น ซึ่งคุณจำเป็นต้องดูป้ายตารางรถที่ชานชลา เพื่อดูว่ารถขบวนไหนจะจอดเวลาใด และจอดตรงสัญลักษณ์ใด (พื้นชานชลาจะมีสัญลักษณ์ที่ระบุว่าขบวนไหนต้องยืนรอตรงสัญลักษณ์ไหน) เพราะบางขบวนอาจไม่จอดส่งในสถานีที่คุณจะไป หรือคุณอาจไปถึงที่หมายได้ด้วยขบวนที่เร็วกว่า Local ก็เป็นได้

และทั้งหมดนี้ก็คือข้อมูลตั๋วรถไฟต่างๆ ในโอซาก้าแบบละเอียดยิบ ซึ่งเสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner หวังว่าอาจจะช่วยให้คุณคลายกังวลในการเลือกตั๋วสำหรับเดินทางในทริปต่อไปได้ และถ้าคุณจะเน้นทริปเที่ยวสุดประหยัดล่ะก็ อย่าลืมลองหาเที่ยวบินและโรงแรมราคาประหยัดจากเราดูสิ เทียบราคาให้ดูจะๆ เลยว่าที่ไหนถูกกว่าแบบไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ เลย!

แผนที่